about_exim.jpg

ในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่วิสัยทัศน์และรูปแบบธุรกิจที่กำหนดไว้ ธสน. ได้ปรับปรุงยุทธศาสตร์องค์กรเพื่อให้สามารถตอบสนองสภาพแวดล้อมภายนอกและนโยบายภาครัฐมากขึ้น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตบนพื้นฐานที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน โดยแผนยุทธศาสตร์ ธสน. ระยะ 5 ปี (ปี 2565-2569) ประกอบด้วย 7 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

  • ยุทธศาสตร์ที่ 1

    เชื่อมไทย เชื่อมโลก ด้วยการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ (Internationalization)

    1
    ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ คือ (1.1) สนับสนุนโครงการลงทุนไทยในต่างประเทศ ทั้งประเทศกลุ่ม CLMV กลุ่มตลาดใหม่ (New Frontiers) และกลุ่มตลาดหลักที่ยังมีช่องว่าง (Gap) ด้วยรูปแบบโครงสร้างและนวัตกรรมทางการเงินที่หลากหลาย (1.2) สนับสนุนการส่งออกสินค้าและบริการไทยในกลุ่ม CLMV กลุ่ม New Frontiers และกลุ่มตลาดหลัก ด้วยการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการไทยและผู้ซื้อในต่างประเทศ และ (1.3) ขยายภารกิจในกลุ่มประเทศ CLMV ผ่านสำนักงานผู้แทนและความร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเงิน โดยมีแผนปฏิบัติการ 4 แผนงาน ได้แก่ (1.1-1) เสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศผ่านธนาคารพันธมิตรเป้าหมาย (Strategic Partner Banks) (1.2-1) ยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรไปสู่การ “นึกถึง จึงส่งต่อ” (1.3-1) รุกอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ในกลุ่ม Green, Digital & Health ในเวียดนาม และ (1.3-2) เติมเต็มโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการผ่านการจัดทำฐานข้อมูลผู้ซื้อแบบเชิงรุก (Pro-Active)
  • ยุทธศาสตร์ที่ 2

    พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ (National Development)

    2
    ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์ คือ (2.1) สนับสนุนการพัฒนาและการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (S-curve) และอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (BCG Economy) และการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และ (2.2) สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (SEZs) โดยมีแผนปฏิบัติการ 2 แผนงาน ได้แก่ (2.1-1) พัฒนากลไกและสนับสนุนสินเชื่อแก่กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New Growth Engines) ในกลุ่ม Green ตามนโยบาย BCG Economy และ (2.2-1) สร้างความสัมพันธ์กับหน่วยงานพันธมิตรที่เป็นผู้พัฒนาพื้นที่ใน EEC ทั้งนี้ ตัวชี้วัดกลยุทธ์ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 2 เป็นตัวเดียวกับตัวชี้วัดภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้วย
  • ยุทธศาสตร์ที่ 3

    ป้องกันความเสี่ยงด้านการค้าและการลงทุนไทยในต่างประเทศ (Risk Protection)

    3
    ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ คือ (3.1) พัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางให้บริการประกันในรูปแบบหรือนวัตกรรมใหม่เพื่อขยายการเข้าถึงและใช้บริการ (3.2) เสริมสร้างการรับรู้และความตระหนักในบริการประกันการส่งออกและการลงทุน และ (3.3) ปรับปรุงและพัฒนากระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดความเสี่ยง และอำนวยความสะดวกในการให้บริการลูกค้ารับประกัน โดยมีแผนปฏิบัติการ 5 แผนงาน ได้แก่ (3.1-1) พัฒนาช่องทางการให้บริการประกันออนไลน์ (3.2-1) สร้างการรับรู้และความตระหนักถึงความสำคัญของบริการประกันให้กับผู้ประกอบการ SMEs (3.2-2) สื่อสารและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ารับประกันผ่านช่องทางดิจิทัล (Online Visit & Expertise Virtual Conference) (3.3-1) ปรับปรุงและลดกระบวนการ (Process Leaning) ด้านรับประกัน และ (3.3-2) ปรับปรุงระบบ Core Insurance เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทบทวนวงเงินผู้ซื้อ
  • ยุทธศาสตร์ที่ 4

    สร้างและขยายธุรกิจของผู้ส่งออกและนักลงทุนไทยแบบครบวงจร (Total Solution)

    4
    ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์คือ (4.1) สร้างผู้ส่งออกรายใหม่และขยายการส่งออกผ่านการสร้างทักษะความรู้ การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการขยายความร่วมมือระหว่าง SMEs กับลูกค้ารายใหญ่ในเชิงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) (4.2) ต่อยอดศักยภาพของผู้ส่งออกไทยให้สามารถรุกตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางออนไลน์/ดิจิทัล เช่น Thailand Pavilion และ (4.3) สร้างนักลงทุนไทยในต่างประเทศผ่านการบ่มเพาะและการเชื่อมต่อกับ Business Ecosystem โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV/ASEAN โดยมีแผนปฏิบัติการ 3 แผนงาน ได้แก่ (4.1-1) พัฒนาศักยภาพและสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้ก้าวสู่เวทีการค้าในตลาดหลัก ตลาด CLMV และตลาด New Frontiers (4.2-1) สร้างเครือข่ายและสนับสนุนผู้ส่งออกผ่านแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ (Cross-border E-commerce Platforms) และ (4.3-1) บ่มเพาะนักลงทุนไทยรายใหม่ในกลุ่มประเทศเป้าหมาย CLMV
  • ยุทธศาสตร์ที่ 5

    ให้บริการธนาคารดิจิทัล (Digital Banking)

    5
    ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ คือ (5.1) ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งภายในและระหว่างองค์กร รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (5.2) มีช่องทางดิจิทัลในการให้บริการลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและสนับสนุนแนวโน้มการค้าที่เป็นดิจิทัล และ (5.3) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มั่นคง และบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากเทคโนโลยี เช่น ด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล/ไซเบอร์ โดยมีแผนปฏิบัติการ 6 แผนงาน ได้แก่ (5.1-1) ปรับปรุงระบบงานรองรับการอนุมัติสินเชื่อแบบยกแผงและการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อใหม่ (Appeal) (5.1-2) คัดกรองผู้ประกอบการและนําเสนอผลิตภัณฑ์ธนาคารผ่านช่องทางออนไลน์ (Customer Filtering & Offering Engine) (5.1-3) ยกระดับการประมวลผลข้อมูลจากระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse Transformation) (5.2-1) ปรับปรุงและเชื่อมต่อช่องทางการให้บริการลูกค้า (Channel Integration) (5.2-2) พัฒนาระบบให้บริการลูกค้าผ่านช่องทางโทรศัพท์ (Call Center) และ (5.3-1) เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security)
  • ยุทธศาสตร์ที่ 6

    เพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถขององค์กร (Productivity Enhancement)

    6
    ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ คือ (6.1) พัฒนาสมรรถนะของบุคลากรให้เท่าทันทักษะในยุคใหม่ เช่น ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ด้านหลักเกณฑ์การเงินอย่างมีความรับผิดชอบและมาตรฐานสังคมและสิ่งแวดล้อม (6.2) ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา บริหารจัดการ และประยุกต์ใช้องค์ความรู้ใหม่ ๆ และความคิดสร้างสรรค์ ทั้งภายในองค์กรและระหว่างองค์กร และ (6.3) ปรับปรุงกระบวนการและระบบงานเพื่อลดขั้นตอน/ระยะเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการทำงาน โดยมีแผนปฏิบัติการ 5 แผนงาน ได้แก่ (6.1-1) บ่มเพาะบุคลากรผ่านการเสริมสร้างทักษะในอนาคต (Future Skills) ทั้งในมิติธุรกิจและสมรรถนะ (6.1-2) ยกระดับขีดความสามารถตาม Digital Development Roadmap และ Data Analytics Development Program (6.2-1) แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภายในองค์กรและจากหน่วยงานผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ภายนอก (6.2-2) ส่งเสริมและสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม และ (6.3-1) ยกระดับการตรวจสอบภายในด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Off-site Monitoring)
  • ยุทธศาสตร์ที่ 7

    บริหารจัดการการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance)

    7
    ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์ คือ (7.1) เสริมสร้างฐานะการเงินที่มั่นคงและบริหารจัดการการเงินอย่างมีความรับผิดชอบด้วยการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ ต้นทุนทางการเงิน และความเสี่ยงตามมาตรฐาน สากล เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและสมดุล และ (7.2) พัฒนาธนาคารเพื่อความยั่งยืน ด้วยกรอบนโยบายการดำเนินงานและการกำกับดูแลกิจการที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีเป็นมิตร/ประโยชน์ต่อชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนปฏิบัติการ 6 แผนงาน ได้แก่ (7.1-1) ศึกษาวิเคราะห์แนวทางและความเป็นไปได้ของการออกตราสารหนี้ด้อยสิทธิ (Subordinated Bond) เพื่อหาแหล่งเงินทุนใหม่ (7.1-2) พัฒนากระบวนการติดตามการบริหารจัดการอัตราส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้สุทธิจากการดำเนินงาน (Cost to Income Ratio) (7.1-3) พัฒนาแนวทางป้องกันและแก้ไขสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) (7.1-4) ศึกษาการแก้พระราชบัญญัติ ธสน. เพื่อขยายธุรกิจสินเชื่อและบริการรับประกัน (7.2-1) พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับนโยบายการเงินอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Finance) และ (7.2-2) บริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการการเงินที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม

     

    การลงทุนที่สำคัญ
    ธสน. มีการลงทุนที่สำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการปรับเปลี่ยนองค์กร (Transformation) และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเชิงรุก ด้วยการขับเคลื่อนสู่ธนาคารดิจิทัล (Digital Banking) โดยมีโครงสร้างพื้นฐานระบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง และทำให้ ธสน. สามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และมีช่องทางใหม่ ๆ ในการให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มศักยภาพ อันเป็นการสนับสนุนการค้าการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ได้แก่
     
    • โครงการพัฒนาระบบ Core Banking เพื่อให้ธนาคารมีระบบงานหลักเพื่อรองรับการปฏิบัติงานด้านสินเชื่อ ด้านเงินฝาก และด้านการค้าระหว่างประเทศที่ทันสมัย สามารถรองรับการพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจในปัจจุบันและอนาคตได้ รวมถึงเพื่อให้กระบวนการปฏิบัติงานมีความคล่องตัว ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมรองรับความต้องการและความคาดหวังของผู้ประกอบการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกรูปแบบ
     
    • โครงการพัฒนาระบบ IOS และระบบ Core Insurance เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนและระยะเวลาการทำงานด้านรับประกัน ทั้งการอนุมัติวงเงินประกันและการกำหนดรอบทบทวนวงเงินผู้ซื้อ โดยจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์และให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงจากการไม่สามารถทบทวนวงเงินได้ทันตามกำหนด โดยการพัฒนาระบบงานจะช่วยให้สามารถรองรับการขยายปริมาณธุรกิจบริการประกันที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต