การดำเนินงานตามนโยบายรัฐ

          ธสน. ได้นำแนวนโยบายภาครัฐ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ปี 2561-2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (ปี 2561-2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (ปี 2560-2564) แผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจสาขาสถาบันการเงิน รวมทั้งแผนยุทธศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มากำหนดทิศทางและแนวทางดำเนินงานของ ธสน. เพื่อเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาประเทศ ผ่านการสนับสนุนด้านการเงินและไม่ใช่การเงินแก่ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และนักลงทุนไทย โดยเฉพาะในส่วนที่ผู้ส่งออกและ นักลงทุนไทยได้รับการสนับสนุนไม่เพียงพอหรือยังไม่ได้รับการสนับสนุน
 

แผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจสาขาสถาบันการเงิน


          ธสน. อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ในฐานะผู้ถือหุ้นภาครัฐ ดูแลผลการดำเนินงานและกำหนดนโยบายของผู้ถือหุ้นภาครัฐ ดังนี้
 
“เป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา ในการสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างทั่วถึง ควบคู่กับการให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อสนับสนุนความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมภายใต้การบริหารจัดการองค์กรที่มั่นคง โปร่งใส และยั่งยืน โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและให้บริการทางการเงิน”
 

โครงสร้างทางธุรกิจ


          ธสน. ถือหุ้นโดยกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่สนับสนุนผู้ประกอบการไทยทั้งในด้านการเงินผ่านบริการสินเชื่อและประกัน และด้านไม่ใช่การเงินผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้สามารถส่งออกหรือลงทุนในต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน
aa.png

การดำเนินงานตามนโยบายรัฐ


• กำหนดแนวทางการบริหารการเงินอย่างมีความรับผิดชอบที่ครอบคลุม 3 มิติของการบริหารจัดการตามกรอบแนวทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Environment, Social and Governance: ESG Framework) และกรอบแนวทางการธนาคารเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Banking Framework) ได้แก่ การเสริมสร้างวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการการเงินและการลงทุนอย่างรับผิดชอบ และการบริหารความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
 
• กำหนดให้คณะกรรมการธนาคารเป็นผู้อนุมัตินโยบายสินเชื่อที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการการเงินและการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ โดยคณะกรรมการบริหารทำหน้าที่กำกับการบริหารจัดการการเงินและการลงทุนตามกรอบหลักการบริหารจัดการการเงินอย่างมีความรับผิดชอบ ตามนโยบายที่คณะกรรมการธนาคารอนุมัติ และคณะกรรมการกำกับความเสี่ยงหน้าที่กำกับการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล ตามมาตรฐานการพัฒนาธนาคารอย่างยั่งยืนในระดับสากล ให้บรรลุผลสำเร็จตามทิศทาง วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งระยะยาวและประจำปี
 
• สนับสนุนการให้สินเชื่อแก่โครงการหรือธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือผลกระทบเชิงลบต่อภาคเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกำหนดแนวทางการพิจารณาสินเชื่อและการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ อาทิ การดำเนินตามมาตรฐานสังคมและสิ่งแวดล้อมตามกฎระเบียบของประเทศที่ไปลงทุนและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น การจัดทำ Environmental and Social Impact Assessment (ESIA) การจัดทำการเปรียบเทียบมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศที่ไปลงทุนกับมาตรฐานสากล (GAP Analysis) ในประเด็นสำคัญเพิ่มเติม เป็นต้น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ โปร่งใส โดยคำนึงถึงประโยชน์ของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
 
• ปรับเปลี่ยนองค์กร (Transformation) และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเชิงรุก ด้วยการขับเคลื่อนสู่ธนาคารดิจิทัล (Digital Banking) โดยมีโครงสร้างพื้นฐานระบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง เช่น พัฒนาระบบงานหลัก (Core Banking) และพัฒนาและปรับปรุงระบบ Loan Origination System and Customer Relationship Management (LOS & CRM) เป็นต้น
 
• สนับสนุนนักธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม)
 
• สนับสนุนการลงทุนในประเทศเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ โดยมีพื้นที่เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) และเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zones: SEZs)
 
• พัฒนาบริการประกันหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันตามลักษณะการทำธุรกิจ ทั้งบริการประกันการส่งออกระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว และบริการประกันความเสี่ยงการลงทุน
 
• ออกมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อาทิ สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ สินเชื่อผ่อนปรน (Soft Loan) และมีบริการประกันการส่งออกระยะสั้นที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 อาทิ การขยายเงื่อนไขบริการประกันการส่งออก การขยายเทอมการชำระเงินสำหรับกรมธรรม์ประกันการส่งออก และบริการประเมินความเสี่ยงผู้ซื้อ/ธนาคารผู้ซื้อในต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีข้อมูลในการตัดสินใจค้าขายกับผู้ซื้อในต่างประเทศ
 
• ส่งเสริมให้ผู้ส่งออกมีการบริหารและป้องกันความเสี่ยงจากความเสียหายที่ไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งเป็นบริการเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้ส่งออก SMEs ได้แก่ บริการประกันการส่งออก EXIM for Small Biz เป็นบริการที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการขนาดย่อม (Micro and Small Businesses) โดยสามารถเลือกรูปแบบวงเงินที่คุ้มครองภายใต้ค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับการส่งออก และจ่ายค่าเบี้ยประกันตามจำนวนผู้ซื้อที่ ธสน. ให้การรับประกัน
 
• จัดฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับบริการประกันเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงของผู้ประกอบการ โดยร่วมมือกับภาครัฐ ธนาคารพาณิชย์ ภาคเอกชน และสมาคมต่าง ๆ
 
• ติดตาม และวิเคราะห์กฎเกณฑ์ภายนอกที่มีการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคารเป็นประจำทุกวัน และมีการรายงานต่อคณะจัดการ และคณะกรรมการตรวจสอบเป็นรายไตรมาส รวมทั้งมีการสื่อสารแจ้งฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและปฏิบัติตาม เพื่อให้มั่นใจว่า ธนาคารดำเนินธุรกิจได้อย่างสอดคล้องตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย กฎเกณฑ์ และมาตรฐานต่าง ๆ ภายนอกที่สำคัญ