ฟูลแพ็ค โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) ผู้นำการขนส่งของเหลวด้วย Flexitank ของไทย

วันที่ประกาศ 30 มีนาคม 2569


            ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลายครั้งการเปลี่ยนแปลงที่ดูเหมือนเป็นจุดสิ้นสุดกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ เช่นเดียวกับเส้นทางของคุณวาสนา ชุมแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูลแพ็ค โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเริ่มต้นจากการถูกเลิกจ้างหลังบริษัทโลจิสติกส์เดิมปรับโครงสร้างและยุติธุรกิจ Flexitank หรือถุงพลาสติกโพลิเอทิลีนสำหรับบรรจุของเหลวในตู้คอนเทนเนอร์ที่เธอดูแลอยู่โดยตรง แทนที่จะหยุดอยู่เพียงเท่านั้น เธอมองเห็นศักยภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเป็นต่ออุตสาหกรรมส่งออกของเหลว รวมถึงช่องว่างในตลาด จึงตัดสินใจก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการด้วยตนเอง

จุดเริ่มต้นธุรกิจ Flexitank
            คุณวาสนาเริ่มต้นธุรกิจจำหน่ายและติดตั้ง Flexitank โดยได้รับการสนับสนุนจากอดีตผู้บังคับบัญชาที่ผันตัวเองไปเป็นผู้ผลิตเปิดเครดิตให้สามารถนำสินค้าไปจำหน่ายก่อนแล้วค่อยชำระภายหลัง และลูกค้าผู้ใช้บริการเดิมซึ่งยังมีความต้องการใช้บริการดังกล่าวต่อไป ธุรกิจจึงค่อย ๆ เติบโตจากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จนดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 18 ปี

            การเปลี่ยนผ่านจากพนักงานสู่ผู้บริหารไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องเรียนรู้ทุกด้านด้วยตนเอง ตั้งแต่กลยุทธ์การบริหาร ระบบการเงิน การออกใบแจ้งหนี้ การบริหารลูกหนี้ ไปจนถึงการบริหารทีมงาน โดยอาศัยพื้นฐานความรู้ด้านบัญชี แรงสนับสนุนจากทีมงาน และคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์

เรียนรู้ เติบโตท่ามกลางความผันผวน
            คุณวาสนา เล่าว่า ตลอดระยะเวลากว่า 18 ปี ธุรกิจของฟูลแพ็ค โลจิสติกส์ เชื่อมโยงกับภาวะเศรษฐกิจและการส่งออกอย่างใกล้ชิด เมื่อการส่งออกฟื้นตัว ความต้องการ Flexitank ก็เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหรือฤดูกาลของสินค้าหลัก เช่น น้ำยางพาราปรับลดลง ย่อมส่งผลต่อรายได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษายอดจำหน่ายเฉลี่ยไว้ที่ประมาณ 5,000-6,000 ใบต่อปี คิดเป็นปริมาณของเหลวส่งออกกว่า 100,000-120,000 ตันต่อปี โดยประมาณ 90% เป็นตลาดในประเทศและ 10% เป็นการส่งออก

            “การเติบโตของเราไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความพยายามในการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้ทยอยลดการพึ่งพาตลาดน้ำยางจากเดิมราว 70% เหลือประมาณ 50% และขยายไปสู่ของเหลวประเภทอื่น เช่น เคมีเหลวและสินค้าประเภทน้ำมันที่มีความต้องการหลากหลายในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะไบโอดีเซล ทำให้โครงสร้างรายได้มีความสมดุลมากขึ้น” คุณวาสนา กล่าว

            คุณวาสนา ยอมรับว่า การแข่งขันของธุรกิจ Flexitank ในปัจจุบันทวีความรุนแรงขึ้น จากผู้ผลิตต่างประเทศบางส่วนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยและแข่งขันด้านราคา ผู้ประกอบการบางรายยอมลดราคาเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด ส่งผลให้มาร์จิ้นกำไรลดลง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ฟลูแพ็ค โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) ให้ความสำคัญกับงานบริการควบคู่กับการจำหน่ายมากยิ่งขึ้น ทั้งการติดตั้ง การให้คำปรึกษาด้านการส่งออก ความใส่ใจในรายละเอียด และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในธุรกิจของลูกค้า ซึ่งกลายเป็นจุดแข็งที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก และข่วยให้บริษัทสามารถรักษาความเป็นหนึ่งในผู้นำตลาด Flexitank ได้จนถึงปัจจุบัน

บาดแผลจากอุทกภัยหาดใหญ่ และการสนับสนุนจาก EXIM BANK
            เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในช่วงปลายปี 2568 ส่งผลให้โกดังสินค้าของบริษัทถูกน้ำท่วม สต็อกบางส่วนเสียหายและไม่สามารถใช้งานได้ แต่ด้วยความที่ธุรกิจเกี่ยวข้องโดยตรงกับการส่งออก บริษัทจึงไม่สามารถปล่อยให้การส่งมอบสะดุดได้แม้เพียงวันเดียว คุณวาสนาจึงนำสภาพคล่องที่มีอยู่มาหมุนเวียนเพื่อจัดหาสินค้าทดแทนทันที แม้จะกระทบกระแสเงินสด แต่เธอเชื่อว่า “ความต่อเนื่องของลูกค้า” คือหัวใจสำคัญของธุรกิจ ความทุ่มเทดังกล่าวช่วยให้บริษัทผ่านช่วงวิกฤตมาได้ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น

            เธอเปิดเผยว่า ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน มีหลายสถาบันการเงินเสนอแนวทางพักหรือยืดหนี้ แต่เธอมองว่านั่นเป็นเพียงการเลื่อนปัญหาออกไป เพราะสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการคือ เงินทุนหมุนเวียนเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้โดยไม่สะดุด ซึ่ง EXIM BANK เป็นสถาบันการเงินที่มองเห็นความต้องการดังกล่าว โดยได้ส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนอย่างทันท่วงที สร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก

ฝากถึงผู้ประกอบการ SMEs
            สำหรับผู้ประกอบการ SMEs คุณวาสนาฝากข้อคิดสำคัญว่า การเรียนรู้ต้องไม่สิ้นสุด โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกที่ต้องเข้าใจห่วงโซ่การส่งออกทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ วิเคราะห์ตลาดได้รอบด้าน และมีเครือข่ายพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนในยามวิกฤต นอกจากนี้ ความยืดหยุ่นคือหัวใจของการดำเนินธุรกิจ บางช่วงอาจต้องยอมรับกำไรที่ลดลงหรือขาดทุนในบางจังหวะ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจในระยะยาว เพราะความยั่งยืนไม่ได้เกิดจากผลกำไรระยะสั้น แต่เกิดจากความมั่นคงของความสัมพันธ์และการเติบโตร่วมกันในระยะยาว