เอ็มเพรสโซ่ ผู้ผลิตและส่งออกเมล็ดกาแฟไทยที่ยังไม่หยุดเติบโตและเรียนรู้

วันที่ประกาศ 02 ตุลาคม 2566
Pic_CEO_Talk_0864.jpg

เอ็มเพรสโซ่ ผู้ผลิต-ส่งออกเมล็ดกาแฟที่นำแนวคิดการทำธุรกิจแบบพอเพียงที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตเมล็ดกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ มาผสานกับความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นปั้นแบรนด์กาแฟไทยให้มีคุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานโลก คุณต่อ เติมพงศ์ อยู่วิทยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มเพรสโซ่ จำกัด เล่าถึงที่มาและแนวคิดในการบริหารธุรกิจท่ามกลางวิกฤต COVID-19 พร้อมเคล็ดลับในการทำความฝันของผู้ส่งออกให้เป็นจริง

แนวคิดการดำเนินธุรกิจ เอ็มเพรสโซ่
         ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำธุรกิจเอ็มเพรสโซ่ เราตั้งใจดูแลกระบวนการผลิตเมล็ดกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เริ่มต้นจากโครงการความร่วมมือกับเกษตรกรที่เป็นชาวเขาเผ่าลาหู่ (Lahu) จ.เชียงใหม่ โดยเข้าไปส่งเสริมความรู้ในการแปรรูปกาแฟ เพื่อทำให้กาแฟมีคุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานโลก รวมทั้งวางระบบการบริหารจัดการในองค์กร โดยใช้วิธีการดำเนินธุรกิจแบบพอเพียง เมื่อมีตลาดรองรับผลิตภัณฑ์ของเรา เราจึงจะขยายกำลังการผลิตอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ เรายังลงทุนกับเทคโนโลยีตั้งแต่แรก ทำให้กำลังการผลิตของเราสูง นอกจากนี้เรายังยึดมั่นในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า เริ่มต้นศึกษาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เพื่อทำให้ลูกค้าใช้เมล็ดกาแฟของเราเป็นวัตถุดิบและขยายตลาดของตนเอง รวมทั้งพยายามสอดแทรกบริการที่ลูกค้าต้องการในชีวิตประจำวันด้วย

วิกฤต COVID-19 และการรับมือ
         ช่วงเริ่มต้นของการระบาดของ COVID-19 เมื่อปี 2563 เราได้รับผลกระทบพอสมควร ตลาดค่อนข้างหยุดนิ่ง ยอดค้าปลีกทั่วไปลดลงกว่า 80% ยอดขายของเอ็มเพรสโซ่ลดลง 50% โชคดีที่สินค้าของลูกค้าเราที่ส่งออกไปยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้รับการตอบรับดีมากและมีการเติบโตค่อนข้างสูง ทำให้เราได้เพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 และผลตอบรับสูงสุดในช่วงเดือนเมษายนปีนี้

         ผมเชื่อว่า เราได้เรียนรู้จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 อยู่ที่เราว่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาแก้ไขและปรับปรุงธุรกิจของเราอย่างไร เอ็มเพรสโซ่เองปรับตัวด้วยการมองหาตลาดใหม่ ๆ ที่ไม่ได้เป็นแค่ร้านกาแฟ เรามี Josh Kaffa เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่พัฒนาขึ้นร่วมกับกลุ่ม Josh Hotel ซึ่งจะเป็นร้านกาแฟที่ให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติกาแฟจากแหล่งปลูกดี ๆ ทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก รวมทั้งเป็นโชว์รูมให้ลูกค้าที่สนใจสามารถมาเลือกชิมเมล็ดกาแฟเพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศหรือส่งออก

         นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพของบุคลากร เราพบว่าพนักงานของเราทุกคนสามารถทำงาน Multi-tasking ทำได้หลายหน้าที่ กล่าวคือ สามารถแนะนำสินค้าได้ เป็นแคชเชียร์ได้ หรือแม้แต่เป็นบาริสต้าก็ได้เช่นกัน ในช่วงที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าสูงมาก ๆ ทีมของเราทำงานหนักถึงวันละ 10 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน ไม่มีวันหยุด โดยผู้นำมีบทบาทสำคัญในการปรับ Mindset พนักงานให้ยอมรับและปรับตัวกับการทำงานที่หนักขึ้น ในขณะเดียวกันก็ใส่ความสนุกเข้าไปในการทำงานด้วย เพราะถ้าทำด้วยความสนุกและความเป็นทีม เราจะมีพลังกายและใจในการทำงานแม้งานจะหนัก

การสนับสนุนของ EXIM BANK
         ช่วงที่ยากลำบากที่สุดคือ ช่วงเวลาที่เราต้องการเงินทุนเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อเครื่องจักรสำหรับขยายกำลังการผลิต เนื่องจากสินค้าได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดต่างประเทศ ถึงแม้ว่าเอ็มเพรสโซ่เป็น Indirect Exporter โชคดีที่ภารกิจรวมถึงผลิตภัณฑ์ของ EXIM BANK ได้รับการออกแบบมาให้สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ที่อยู่ในธุรกิจส่งออก-นำเข้าและที่เกี่ยวเนื่อง ทำให้เรามีเงินทุนในการขยายกำลังการผลิต ซื้อเครื่องจักรใหม่ และซื้อวัตถุดิบมาผลิต ผมเชื่อว่า ซึ่งความพร้อมด้านเงินทุนทำให้เราแข่งขันได้ นอกจากนี้ ระหว่างกระบวนการยื่นขอพิจารณาสินเชื่อ เราได้เรียนรู้ทางอ้อมเกี่ยวกับการจัดทำเอกสารส่งออก ทำให้เราได้รู้จักธุรกิจตัวเอง ได้สกรีนตัวเองว่าเรามีความฝันหรือความต้องการที่อยากจะทำอะไรกับธุรกิจของเรา ทำให้เราเดินต่อไปได้ถูกทาง

ฝากถึงผู้ประกอบการ
         อยากให้ผู้ประกอบการที่มีความฝันจะสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ลองหาที่ปรึกษา เช่น EXIM BANK เพื่อขอคำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังทำ และเป้าหมายที่อยากไป คุณอาจจะโชคดีเหมือนผมวันนี้ที่ได้พบที่ปรึกษาที่ดี ทำให้บริษัทของเรามีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น และมีส่วนขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟของไทยที่กำลังเติบโตให้ไปอยู่ในระดับสากลได้