
อาหารสัตว์เลี้ยงนับเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกศักยภาพสูงของไทยที่สามารถแข่งขันในตลาดการค้าโลกได้อย่างโดดเด่น จนก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก โดยมีจุดแข็งสำคัญจากการที่ไทยเป็นฐานการผลิตไก่และปลาทูน่ารายใหญ่ของโลก ประกอบกับโรงงานที่ได้มาตรฐานสากล ซึ่งช่วยให้สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากโอกาสดังกล่าว กลุ่มบริษัทสมาร์ท เว็ท ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง ได้จัดตั้ง
บริษัทนูทราเนี่ยน จำกัด เพื่อรุกตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงสำหรับทั้งสุนัขและแมว ภายใต้แบรนด์ Pawta และ Happy Purr โดยมีการส่งออกไปยังตลาดสำคัญทั่วโลก ทั้งในตะวันออกกลาง เอเชีย และลาตินอเมริกา
จากประสบการณ์สู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม
คุณวัชระ แววดำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นูทราเนี่ยน จำกัด เล่าถึงจุดเริ่มต้นของนูทราเนี่ยนว่า เกิดจากการที่กลุ่มบริษัทสมาร์ท เว็ท ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงอย่างครบวงจร ตั้งแต่งานวิจัยและพัฒนา การผลิตและจัดจำหน่าย ไปจนถึงบริการด้านสุขภาพสัตว์มายาวนานกว่า 20 ปี เล็งเห็นโอกาสในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจากกระแส “Pet Humanization” และการขยายตัวของชนชั้นกลางทั่วโลก ทำให้ผู้คนหันมาเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น
ส่งผลให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ด้านสุขภาพเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย จึงตัดสินใจตั้งบริษัท นูทราเนี่ยน เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าและส่งออกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เศรษฐกิจและสัตว์เลี้ยง
ในระยะแรก บริษัทเริ่มต้นจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าอาหารสัตว์แบรนด์อื่น ก่อนจะพบว่าธุรกิจนี้ยังมีช่องว่างในการเติบโต มีอัตรากำไรที่เหมาะสม และมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าค่อนข้างต่ำ บริษัทจึงพัฒนาแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงของตัวเองขึ้นมาเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก บริษัทมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงชนิดเปียกสำหรับสุนัขและแมว เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบสูงจากการมีวัตถุดิบคุณภาพสูง และโรงงานที่ทันสมัยได้มาตรฐานโลกไม่น้อยกว่า 30-40 แห่ง จึงเป็นฐานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบ OEM ให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอีกด้วย ทำให้คู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันได้ยาก
“ในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดแห้ง ไทยยังเสียเปรียบด้านต้นทุนวัตถุดิบให้กับจีน แต่ในตลาดอาหารชนิดเปียกเราไม่แพ้ใคร สะท้อนได้จากการที่ตลาดสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของเราเปิดให้มีการแข่งขันได้อย่างเสรี โดยไม่ต้องพึ่งมาตรการปกป้องทางการค้า” คุณวัชระกล่าว
เติบโตอย่างมีกลยุทธ์ เน้นลึกมากกว่ากว้าง
คุณวัชระ กล่าวว่า ปัจจุบันนูทราเนี่ยนมีสินค้า 2 แบรนด์ ได้แก่ Pawta เน้นตลาดระดับบนสำหรับผู้เลี้ยงสุนัขและแมว และ Happy Purr เจาะกลุ่มผู้เลี้ยงแมวในระดับมาตรฐาน ทั้ง 2 แบรนด์ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสูตรอาหารโดยทีมสัตวแพทย์ ก่อนส่งต่อให้โรงงานชั้นนำผลิตในรูปแบบ OEM ในอนาคตบริษัทยังมีแผนต่อยอดพัฒนาสินค้าเฉพาะทาง เช่น อาหารสำหรับสัตว์ป่วย สัตว์สูงวัย ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ และขนมสำหรับแมว
ด้านการตลาด ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกสูงถึง 90% โดยมุ่งเน้นตลาดที่มีศักยภาพสูง อาทิ ซาอุดีอาระเบีย ไต้หวัน และอาเซียน และล่าสุดได้เริ่มขยายตลาดสู่ลาตินอเมริกา โดยเฉพาะประเทศเปรูที่มีสิทธิประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีกับไทย สำหรับการจำหน่ายในประเทศ แม้จะมีสัดส่วนเพียง 10% แต่บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพผ่านช่องทางออนไลน์และพันธมิตรทางธุรกิจ สะท้อนแนวทางการเติบโตอย่างมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและมุ่งเติบโตในทาง “ลึก” มากกว่า “กว้าง”
รับมือความท้าทายจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
คุณวัชระระบุว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นถึง 2-3 เท่า และทำให้ระบบโลจิสติกส์เกิดความล่าช้า แต่ธุรกิจของบริษัทยังสามารถดำเนินต่อไปได้ เนื่องจากอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นสินค้าที่มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่ำ (Inelastic Demand) ผู้บริโภคไม่เปลี่ยนแบรนด์ง่าย ๆ และยินดีรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงจะได้รับอาหารที่คุ้นเคย ประกอบกับการกำหนดเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าแบบ FOB ทำให้ภาระค่าขนส่งเป็นของผู้ซื้อ ก็ช่วยให้บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การสนับสนุนจาก EXIM BANK
คุณวัชระกล่าวว่า บริษัทได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านการส่งออกกับ EXIM BANK โดยเฉพาะในด้านการส่งออกสินค้าฮาลาลให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ และมีแผนขยายตลาดตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเพิ่มการลงทุนด้านการขยายตลาดส่งออก ทั้งนี้ บริษัทสนใจจะใช้บริการทางการเงินของธนาคารโดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการเปิดตลาดใหม่
บริษัทมองว่า EXIM BANK เป็นพันธมิตรสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะจากความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าซาอุดีอาระเบีย (Saudi EXIM Bank) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า และเปิดประตูสู่ตลาดตะวันออกกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ EXIM BANK ยังมีเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย เช่น สินเชื่อหมุนเวียน ประกันการส่งออก และการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
ฝากถึงผู้ประกอบการ SMEs
คุณวัชระฝากถึงผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการก้าวสู่ตลาดส่งออกว่า การแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการกำหนดโมเดลธุรกิจและการเลือกตลาดอย่างมีกลยุทธ์ จุดเริ่มต้นสำคัญไม่ใช่แค่การหาช่องทางขาย แต่คือการออกไปพบลูกค้าจริง สร้างความเชื่อมั่น และเรียนรู้ตลาดด้วยตนเอง พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีจุดยืนที่ชัดเจน เลือกทำในสิ่งที่ถนัด และทำให้ดีที่สุด เมื่อธุรกิจมีความแข็งแกร่งจากภายใน โอกาสและการสนับสนุนจากพันธมิตรจะเข้ามาเสริมศักยภาพ ทำให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเวทีการค้าโลก