“มะขาม” เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนาน ใช้ประกอบอาหารและเป็นยารักษาโรค จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน จากการนำมะขามไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก ทำให้
บริษัท แสวงพัฒน์ จำกัด เล็งเห็นศักยภาพการเติบโตของมะขามเปียก และน้ำมะขามสำหรับปรุงอาหาร (Ready-to-Cook) เนื่องจากเป็นเครื่องปรุงสำคัญของอาหารไทยหลายชนิด อาทิ ผัดไทย ต้มยำ ฯลฯ จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมะขามเปียกสำหรับปรุงอาหารภายใต้แบรนด์ “มอลคาม” ขึ้นเพื่อจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ
มะขามเปียกไทยดังไกลต่างแดน
คุณนพเก้า อยู่ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสวงพัฒน์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ผลิตมะขามเปียกและน้ำมะขามสำหรับปรุงอาหาร มีทั้งสร้างแบรนด์ของตัวเองและรับจ้างผลิตสินค้าแบบโออีเอ็ม ให้คำปรึกษาตั้งแต่รับผลิตและสร้างแบรนด์สินค้าให้ ตั้งโรงงานอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ หนึ่งในแหล่งผลิตมะขามเปรี้ยวที่มีคุณภาพดีที่สุดของไทย โดยปลูกต้นมะขามเปรี้ยวขึ้นบนพื้นที่ 200 ไร่ และรับซื้อมะขามจากเกษตรกรในรูปแบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง (Contract Farming) มีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มข้น ก่อนนำเข้าสู่โรงงานที่ได้มาตรฐานระดับสากล ผลิตภัณฑ์มอลคามจำหน่ายในร้านค้าส่ง ร้านค้าปลีก โมเดิร์นเทรด ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และส่งออกราวปีละ 1 พันตัน หรือ 10% ของกำลังการผลิตทั้งหมด
“เราพบว่าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญ ตั้งแต่คิดค้นสูตร ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานกระบวนการผลิตระดับสากล ดำเนินการขึ้นทะเบียนอาหารและยา (อย.) รวมถึงต้องสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของประเทศเป้าหมายที่จะส่งออก ทั้งมาตรฐาน GMP HACCP โดยเฉพาะมาตรฐานฮาลาล ที่เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่จะทำให้สินค้าสามารถเจาะตลาดกลุ่มประเทศมุสลิมได้ จึงใช้เวลาพัฒนาเพื่อให้ได้มาตรฐานฮาลาลนานถึง 2 ปี ควบคู่กับการศึกษาตลาดส่งออก ทำให้ทราบว่าในต่างประเทศมีความต้องการมะขามเปียกสูงมาก บวกกับพฤติกรรมผู้บริโภคนิยมซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ จึงนำสินค้าไปวางขายในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดของจีน “อาลีบาบา” เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ได้ออเดอร์จากลูกค้าหลายประเทศ เช่น อังกฤษ แคนาดา ส่วนตลาดฮาลาล ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย” คุณนพเก้า กล่าว
ฝ่าวิกฤตด้วยการบริหารต้นทุน
คุณนพเก้า กล่าวว่า แม้จะขายสินค้าผ่านอาลีบาบาได้ แต่การขยายตลาดที่รวดเร็วและขายได้จำนวนมากต้องขายผ่านเทรดเดอร์จึงต้องพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสองแบบไปคู่กันจึงพยายามไปออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศเพื่อพบปะผู้ซื้อโดยตรง บริษัทสนใจจะขยายตลาดไปในตะวันออกจึงไปออกงานแสดงสินค้าอาหารที่กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย พบว่า ในตลาดตะวันออกกลางมีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการมะขามธรรมชาติมาก แต่แผนขยายการส่งออกต้องหยุดชะงักชั่วคราว จากผลกระทบของวิกฤตสงครามอ่าวเปอร์เซียรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
นอกจากนี้บริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นมาก เช่น บรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุและหีบห่อสินค้าที่ใช้เม็ดพลาสติกเป็นวัตถุดิบได้ปรับราคาขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่บริษัทไม่ได้ปรับขึ้นราคาสินค้า ใช้วิธีบริหารสต็อกวัตถุดิบที่มีอยู่ส่วนหนึ่งและคำนวณปริมาณการใช้แต่ละวันให้พอดี ปรับกระบวนการผลิต ลดการใช้เชื้อเพลิง เป็นต้น เพื่อรักษารายได้ให้คงที่โดยไม่ขึ้นราคาสินค้า
“เราเป็น SMEs เจอวิกฤตมาตลอด ตั้งแต่ค่าเงินบาทผันผวน สถานการณ์ COVID-19 แต่ก็ต้องผ่านไปให้ได้ เพราะไม่ใช่แค่เราที่เจอปัญหา ทุกคนเจอปัญหาเดียวกัน การเป็น SMEs ได้เปรียบเรื่องการปรับตัวได้เร็วกว่ารายใหญ่และคล่องตัวในการปรับตัว วิกฤตปัจจุบันก็ต้องผ่านไปให้ได้ พยายามมองวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการหันไปให้ความสำคัญกับตลาดเดิมคือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ เรายังสามรถเติบโตในตลาดเพื่อนบ้านได้อีก” คุณนพเก้า กล่าว
การสนับสนุนจาก EXIM BANK
คุณนพเก้า เล่าว่า เป็นลูกค้า EXIM BANK มานาน ได้รับคำแนะนำในการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการปรับระบบบัญชีให้เป็นมาตรฐานและดูแลสุขภาพการเงินจนแข็งแรงพอที่สถาบันการเงินจะพิจารณาให้สินเชื่อ และได้รับการช่วยเหลือให้ผ่านพ้นวิกฤตหลายครั้ง อาทิ ช่วงที่ COVID-19 ระบาดก็ได้ใช้สินเชื่อในโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการอัตราดอกเบี้ย 3.9% สำหรับผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน บริษัทต้องการความช่วยเหลือจาก EXIM BANK คือ สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง และต้องการออกไปหาตลาดใหม่ เช่น ไปออกงานแสดงสินค้ากับ EXIM BANK
ฝากถึงผู้ประกอบการ SMEs
สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่อยากส่งออก คุณนพเก้าแนะนำว่า อย่าคิดว่าการส่งออกยากและไกลเกินเอื้อม จะต้องเริ่มต้นด้วยการศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ มีหน่วยงานของภาครัฐหลายแห่งที่ให้การสนับสนุน SMEs ให้ส่งออกได้ เช่น EXIM BANK กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และอีกหลายแห่งที่พร้อมจะเป็นพันธมิตรและเป็นคู่คิดไปกับเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะต้องมีสินค้าที่มีคุณภาพและได้รับการรับรองมาตรฐานสากลที่จะเป็นใบเบิกทางให้เรานำสินค้าออกสู่ตลาดโลกได้