พิณนารา เซรั่มน้ำมันมะพร้าวไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก

วันที่ประกาศ 01 กันยายน 2569

Key Takeaways
  • กล้าเริ่มจากตลาดที่มองเห็นโอกาส มองเห็นความต้องการของผู้บริโภค แล้วนำจุดแข็งของวัตถุดิบไทยมาต่อยอดเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม
  • ใช้ออนไลน์เปิดตลาด แต่ต้องบริหารโลจิสติกส์ให้พร้อม ช่องทางออนไลน์ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าและขยายตลาดได้เร็ว ขณะเดียวกันต้องวางแผนต้นทุนและการขนส่งให้รองรับการเติบโต
  • เมื่อธุรกิจโตขึ้น เงินทุนอย่างเดียวไม่พอ ต้องบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก ผู้ประกอบการต้องมีสภาพคล่องที่เหมาะสม ควบคู่กับการบริหารต้นทุน กระแสเงินสด และความเสี่ยงรอบด้าน

            กระแสความนิยมผลิตภัณฑ์ความงามจากธรรมชาติที่มีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัยและช่วยดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน ส่งผลให้วัตถุดิบทางการเกษตรของไทยได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในตลาดโลก โดยเฉพาะ “มะพร้าว” ที่ถูกนำมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงในอุตสาหกรรมความงาม หนึ่งในผู้ประกอบการไทยที่มองเห็นโอกาสดังกล่าวและพัฒนานวัตกรรมจากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นจนประสบความสำเร็จทั้งในประเทศและต่างประเทศคือ บริษัท นารา ทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเซรั่มน้ำมันมะพร้าวภายใต้แบรนด์ “พิณนารา” (PINNARA) ที่ปัจจุบันมียอดจำหน่ายสะสมกว่า 10 ล้านขวด และขยายตลาดส่งออกไปแล้วกว่า 16 ประเทศทั่วโลก

เริ่มต้นสร้างแบรนด์ไทยในตลาดจีน
            คุณปณต โชควัฒนากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นารา ทรี จำกัด เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ “พิณนารา” ว่า เกิดขึ้นในปี 2555 ขณะที่ตัวเองเดินทางไปศึกษาระดับปริญญาโทในประเทศจีนด้วยทุนรัฐบาลจีน โดยในช่วงเวลานั้นได้มีโอกาสเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและพบว่า สินค้าไทย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้บริโภคชาวจีน

            แม้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นจะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจสูง แต่ยังมีข้อจำกัดด้านกลิ่นเฉพาะตัวและความเหนียวเหนอะหนะเมื่อใช้งาน จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยังคงคุณประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวไว้ครบถ้วน แต่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น จนนำมาสู่การคิดค้น “PINNARA Coconut Oil Serum” เซรั่มน้ำมันมะพร้าวที่สามารถใช้บำรุงได้ตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า มีเนื้อสัมผัสบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ และมีกลิ่นหอมละมุน

            ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกนำไปเปิดตัวครั้งแรกในงานแสดงสินค้าที่เมืองคุนหมิง ประเทศจีน และได้รับการตอบรับอย่างดี โดยสามารถจำหน่ายสินค้าได้กว่า 1,000 ขวดภายในเวลาเพียง 2 วัน ก่อนขยายการทำตลาดไปยังเมืองต่าง ๆ ในประเทศจีน พร้อมแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และต่อยอดสู่การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในหลายประเทศ อาทิ กัมพูชา มาเลเซีย เวียดนาม อินเดีย และฟิลิปปินส์

            หลังจากโลดแล่นในตลาดจีนมาได้ 5 ปี บริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายตลาดภายในประเทศเมื่อการค้าออนไลน์ในประเทศไทยเริ่มเติบโตอย่างก้าวกระโดด จึงตัดสินใจก่อตั้ง บริษัท นารา ทรี จำกัด อย่างเป็นทางการ พร้อมปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้ใช้งานสะดวก น้ำหนักเบา และเหมาะสำหรับการจัดส่ง ควบคู่กับการพัฒนาระบบตัวแทนจำหน่ายและการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์

เติบโตจากออนไลน์สู่โมเดิร์นเทรด
            หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจเกิดขึ้นเมื่อผลิตภัณฑ์ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และสอบถามเกี่ยวกับสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ส่งผลให้บริษัทได้รับโอกาสนำสินค้าเข้าสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรด ก่อนขยายสู่ร้านค้าปลีกชั้นนำหลายแห่งในปัจจุบัน

            “ปัจจุบันบริษัทมุ่งทำตลาดในประเทศผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ขณะที่ตลาดต่างประเทศยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลให้เราต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งราคาวัตถุดิบสำคัญ เช่น เม็ดพลาสติกและซิลิโคนออยล์ ตลอดจนต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่ได้รับผลกระทบจากความล่าช้าในการขนส่งทางเรือ ทำให้บางช่วงบริษัทต้องปรับมาใช้การขนส่งทางอากาศ และชะลอการส่งออกไปยังบางประเทศในภูมิภาคดังกล่าว” คุณปณต กล่าว

            คุณปณต กล่าวว่า แม้ต้นทุนในปัจจุบันจะเพิ่มสูงขึ้น แต่บริษัทยังเลือกที่จะรับภาระต้นทุนส่วนหนึ่งไว้เองเพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภค พร้อมเร่งทำการตลาดออนไลน์เพื่อขยายยอดขาย และเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนผ่าน Economies of Scale ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันได้



การสนับสนุนจาก EXIM BANK
            
คุณปณต กล่าวอีกว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและการค้าโลก EXIM BANK ได้เข้ามาสนับสนุนวงเงินเสริมสภาพคล่อง เพื่อช่วยให้บริษัทบริหารต้นทุน วางแผนจัดหาวัตถุดิบล่วงหน้า และบริหารกระแสเงินสดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ EXIM BANK ยังให้คำปรึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ เพื่อช่วยเสริมความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงและความท้าทายจากปัจจัยภายนอก อันเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตและขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นคง

ฝากถึงผู้ประกอบการ SMEs
            คุณปณตฝากข้อคิดถึงผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ว่า การดำเนินธุรกิจในยุคที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนและกำลังซื้อชะลอตัว จำเป็นต้องอาศัยทั้งความอดทนและการปรับตัวอย่างต่อเนื่องให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการลงทุนด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ และการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ รักษาฐานลูกค้าเดิม และเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพสินค้าและสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนทั้งในประเทศและต่างประเทศ