ปลาวาฬ โลจิสติกส์ กัปตันเรือผู้ขับเคลื่อนธุรกิจโลจิสติกส์ไทยสู่ระดับสากล

วันที่ประกาศ 03 พฤศจิกายน 2569

Key Takeaways     

• อย่าโตเร็วเกินความพร้อม
บริหาร Cash Flow และรักษาสภาพคล่องให้แข็งแรง ก่อนตัดสินใจขยายธุรกิจ     
• กระจายความเสี่ยง
เพื่อสร้างความแข็งแกร่งระยะยาว ไม่พึ่งพาธุรกิจหรือตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป พร้อมปรับตัวให้ทันความเปลี่ยนแปลง   
• เติบโตด้วยเครือข่ายและความร่วมมือ
สร้างพันธมิตรทางธุรกิจและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มโอกาสและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

 
            ในโลกการค้ายุคใหม่ที่ห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกันข้ามพรมแดนอย่างซับซ้อน ระบบโลจิสติกส์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงขนส่งสินค้าให้ถึงปลายทางเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่กำหนดต้นทุน ความรวดเร็ว และความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในตลาดโลก เมื่อเศรษฐกิจโลกต้องเผชิญความผันผวนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงของกติกาการค้า ผู้ให้บริการโลจิสติกส์จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            หนึ่งในผู้ประกอบการไทยที่มองเห็นโอกาสท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและสามารถต่อยอดประสบการณ์สู่การสร้างธุรกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งคือ คุณธีรจิตร สอนแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลาวาฬ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์โลกการค้ายุคใหม่ ควบคู่กับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยสู่ความยั่งยืน

จากกัปตันเรือ สู่ผู้ก่อตั้งธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร
            คุณธีรจิตรเริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากการเป็นกัปตันเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทำให้มีโอกาสเรียนรู้ระบบโลจิสติกส์ในหลากหลายประเทศ รวมถึงสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจในระดับสากล ประสบการณ์ดังกล่าวช่วยให้มองเห็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทย จนนำมาสู่การก่อตั้งบริษัท ปลาวาฬ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในปี 2557

            จากจุดเริ่มต้นด้วยธุรกิจคลังสินค้าแบบ Built-to-Suit บริษัทได้ขยายบริการอย่างต่อเนื่องจนก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร ครอบคลุมการขนส่งสินค้าในประเทศและข้ามพรมแดน การดำเนินพิธีการนำเข้า-ส่งออก การบริหารจัดการคลังสินค้า เทคโนโลยีสารสนเทศ อสังหาริมทรัพย์และการลงทุน การก่อสร้างคลังสินค้าและลานตู้สินค้า ตลอดจนบริการแรงงานขนถ่ายสินค้าในท่าเรือ

            ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่คลังสินค้าและลานจัดเก็บรวมกว่า 3 ล้านตารางเมตร ครอบคลุมทั้งคลังสินค้าทั่วไปและคลังสินค้าปลอดอากร (Free Zone) พร้อมได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001, GHPs/HACCP, ISO 45001, ISO 14001, CFO, ISO 14064-1, ISO 39001, Q Mark และ AEO รวมถึงมีกองรถขนส่งมากกว่า 700 คัน รองรับการขนส่งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อนสูง ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เกษตรกรรม และอีคอมเมิร์ซ

ปรับตัวรับโลกการค้าที่เปลี่ยนแปลง
            แม้ธุรกิจจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่คุณธีรจิตรเชื่อว่า ความสามารถในการปรับตัวคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายจากต้นทุนพลังงานที่ผันผวน มาตรการกีดกันทางการค้า และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ โดยพยายามปรับสัดส่วนให้แต่ละ Business Unit มีสัดส่วนรายได้ไม่เกิน 20% ของรายได้รวม พร้อมเดินหน้าพัฒนาธุรกิจใหม่เพื่อรองรับแนวโน้มความยั่งยืนที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานสำคัญของโลกการค้า

            หนึ่งในโครงการสำคัญของปลาวาฬ โลจิสติกส์คือ การพัฒนา Green Logistics เพื่อยกระดับการขนส่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยบริษัทถือเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายแรกของไทยที่นำรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) และระบบ Battery Swapping มาใช้เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านความร่วมมือกับ U Power Limited บริษัทเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งในระยะแรกนี้ บริษัทมีแผนนำรถบรรทุกไฟฟ้ามาให้บริการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายใต้รูปแบบการให้เช่า (Leasing Model) ซึ่งช่วยลดภาระการลงทุนของผู้ประกอบการ ขณะที่ระบบ Battery Swapping สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ภายในเวลาเพียง 5 นาที ช่วยลดระยะเวลาหยุดการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้รถ และลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ

การสนับสนุนจาก EXIM BANK
            คุณธีรจิตร กล่าวว่า EXIM BANK เป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญที่ให้การสนับสนุนบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเงินทุน องค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ โดยล่าสุดได้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตร TopX รุ่นที่ 1 ของธนาคาร ซึ่งช่วยเปิดมุมมองทางธุรกิจ สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการคุณภาพ และต่อยอดโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจในหลากหลายมิติ สะท้อนบทบาทของ EXIM BANK ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุนทางการเงิน แต่ยังเป็นพันธมิตรที่มอบองค์ความรู้ ข้อมูลเชิงลึก และโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม



ฝากถึงผู้ประกอบการ SMEs
            สำหรับผู้ประกอบการไทยที่กำลังเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจ คุณธีรจิตรให้คำแนะนำว่า การบริหารกระแสเงินสด (Cash Flow) คือหัวใจสำคัญ ควบคู่กับการทำความเข้าใจลูกค้าและคู่ค้าอย่างรอบด้าน และไม่เร่งขยายธุรกิจเกินความพร้อม โดยต้องให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องและวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันยังมองว่าผู้ประกอบการควรเพิ่มความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เข้มแข็งและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยในระยะยาว