
Key Takeaways
• สร้างสินค้าให้พร้อม ก่อนออกไปหาตลาดโลก
คุณภาพและมาตรฐานสากลคือใบเบิกทางสำคัญ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเปิดประตูสู่ตลาดส่งออก
• เมื่อเห็นโอกาส ต้องกล้าต่อยอดและขยายตลาด
จากความเชี่ยวชาญด้านปลาหมึกปรุงรส สู่การสร้างแบรนด์ พัฒนาสินค้าใหม่ และขยายช่องทางทั้ง Offline และ E-Commerce
• ตลาดผันผวน ต้องบริหารความเสี่ยงให้เร็วและรอบด้าน
ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน โลจิสติกส์ หรือวัตถุดิบ ผู้ประกอบการต้องรักษาสภาพคล่อง กระจายความเสี่ยง และมีแผนสำรองเพื่อประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อได้
นอกจากอาหารไทยจะได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากมีความโดดเด่นของรสชาติอาหารที่กลมกล่อม ผสมผสานรสชาติ เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม และเผ็ด ไว้อย่างลงตัว ความนิยมในอาหารไทยยังทำให้ขนมขบเคี้ยวที่เป็นสินค้ากลุ่มอาหารว่างและของรับประทานเล่นได้รับความนิยมไม่แพ้กัน บริษัท ที ไทย แสน็ค ฟู้ดส์ จํากัด ผู้ผลิตและส่งออกขนมขบเคี้ยวปลาหมึกปรุงรสหลากหลายประเภท อาทิ ปลาหมึกอบกรอบ ปลาหมึกม้วนปรุงรส ปลาหมึกฝอยปรุงรส ปลาหมึกปรุงรสทั้งตัว ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Mr. Squid” และ “Squidy” จึงมั่นใจที่จะขยายการส่งออก แม้ตลาดต่างประเทศจะมีความผันผวนและมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นจากปัญหาสงครามในตะวันออกกลาง
คุณภาพและมาตรฐานสินค้า ใบเบิกทางสู่การส่งออก
คุณทักษ์อัตถ์ จิโรจน์มนตรี หัวหน้าแผนกนำเข้า ส่งออก และตลาดต่างประเทศ บริษัท ที ไทย แสน็ค ฟู้ดส์ จำกัด เปิดเผยว่า ตอนที่เริ่มต้นส่งออก บริษัทได้ไปออกบูทในต่างประเทศ พบว่า ตลาดขนมขบเคี้ยวยังมีอัตราการเติบโตสูง เพราะ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป บางคนบริโภคอาหารว่างและของรับประทานเล่นเป็นอาหารหลัก ผู้บริหารเล็งเห็นโอกาสเพราะตลาดเติบโตสูง ขณะที่บริษัทมีพื้นฐานจากการรับจ้างผลิตปลาหมึกปรุงรสมานาน ลูกค้าในต่างประเทศรู้จักดี จึงเริ่มทำแบรนด์สินค้าเองคือ “Mr. Squid”
ปัจจุบันบริษัทส่งออกไปยังหลายตลาดในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง และประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียน มีทั้งรับผลิตในแบรนด์ตัวเองและรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับแบรนด์อื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับมาตรฐานสากลในด้านมาตรฐานรับรองความปลอดภัยของอาหาร HACCP, GHP/GMP, และ BRC มาตรฐานการผลิตที่ผ่านการรับรอง ISO 9001/ISO 9002 มาตรฐานสำหรับส่งออก มีการรับรอง HALAL สำหรับตลาดส่งออกไปยังประเทศมุสลิมทั่วโลก และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ได้รับรางวัล Green Industry สะท้อนความมุ่งมั่นในการผลิตอย่างยั่งยืน
“บริษัทได้ถือโอกาสที่ตลาดยังเติบโต ขยายผลิตภัณฑ์ออกไปให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้า จึงได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่คือถั่วลิสงและเม็ดมะม่วงหิมพานต์เคลือบปรุงรส ภายใต้แบรนด์ “Plusto” และยังมีขนมขบเคี้ยวโปรตีนสูงที่เป็นขนมเพื่อสุขภาพ ผลิตจากการนำถั่วหลากหลายชนิดมาผสมผสานกัน ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำสมัยจากญี่ปุ่น ผสานกับการแปรรูปเฉพาะทางจากเนเธอร์แลนด์ เพื่อให้ได้สินค้าคุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์ถั่วลิสงและเม็ดมะม่วงหิมพานต์เคลือบปรุงรส ส่งออกไปจีน เวียดนาม ฮ่องกง อิสราเอล สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ขณะนี้ได้มีข้อตกลงเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทสตาร์บัคส์ในประเทศจีนที่จะผลิตสินค้าส่งให้” คุณทักษ์อัตถ์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัท ที ไทย แสน็ค ฟู้ดส์ จำกัด ยังได้เตรียมส่งสินค้าแบรนด์ Mr. Squid ไปขายบนแพลตฟอร์ม E-Commerce ใหญ่ของจีนคือ เหม่ยถวน (Meituan) หลังจากประสบความสำเร็จจากการนำไปจำหน่ายในห้างค้าส่ง Costco เป็นเวลา 2 ปี และเตรียมจดสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแบรนด์ Plusto ในจีนด้วย

ปรับตัวรับตลาดส่งออกผันผวน
คุณทักษ์อัตถ์ กล่าวว่า บริษัทส่งออก 10-15% ของกำลังการผลิตรวม ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางในแง่ต้นทุนการผลิตจากการปรับตัวสูงขึ้นของค่าระวางเรือ ราคาพลังงาน และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องจากปิโตรเลียม เช่น เม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ แต่บริษัทใช้วิธีการบริหารต้นทุนแทนการขึ้นราคาสินค้า รักษากระแสเงินสดไม่ให้ขาดมือ เนื่องจากประเมินว่าหากปรับราคาสินค้าขึ้นยอดขายก็จะลดลง
“ปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้รวดเร็วมากขึ้น แม้ยอดขายยังไม่ลดลง เพราะฐานลูกค้ารายใหญ่คือ อิสราเอล จีน ฮ่องกง เป็นหลัก แต่เราก็ขอให้ลูกค้าเปิดออร์เดอร์สินค้าล่วงหน้านานขึ้น ขอเงินค่ามัดจำสินค้า 20-30% ของมูลค่าส่งออกในแต่ละล็อต ในกรณีที่สงครามยืดเยื้อก็ได้วางแผนรับมือไว้โดยจะหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ที่มีคุณภาพดี ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุดและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว” คุณทักษ์อัตถ์ กล่าว
การสนับสนุนจาก EXIM BANK
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบในเรื่องของเงินทุนหมุนเวียน (Cash Flow) ซึ่งคุณทักษ์อัตถ์ กล่าวว่า EXIM BANK มีผลิตภัณฑ์การเงินช่วยเรื่องเงินทุนหมุนเวียนซึ่งดีต่อผู้ประกอบการทั่วไปที่ส่งออกไปตะวันออกกลาง มีทั้งการขยายเวลาชำระคืน การลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเวลาขยายการชำระหนี้ สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนตามความต้องการของแต่ละกิจการ มาตรการเสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการส่งออกได้มาก
ฝากถึงผู้ประกอบการ SMEs
คุณทักษ์อัตถ์ กล่าวว่า ความยากของการส่งออกอยู่ที่การหาตลาด ไม่ใช่กระบวนการส่งออก แต่ก่อนจะไปหาตลาดเราจะต้องมีสินค้าที่มีคุณภาพดีมีมาตรฐานเสียก่อน ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าและทำให้ได้การรับรองมาตรฐานสากล และตามมาตรฐานของประเทศที่เราจะส่งออกไป เมื่อมีความพร้อมก็เริ่มออกไปหาตลาดต่างประเทศได้ และเมื่อส่งออกได้แล้วในช่วงเวลาที่เกิดปัญหาต้องพยายามประคับประคองธุรกิจให้ผ่านไปให้ได้ เมื่อผ่านจุดนี้แล้วการส่งออกจะเติบโตอย่างยั่งยืน