กรอบการดำเนินงานภายใต้มาตรการสนับสนุนการโอนทรัพย์สินเป็นหลักประกันเพื่อชำระหนี้ (Asset Warehousing)

มาตรการสนับสนุนการโอนทรัพย์สินเป็นหลักประกันเพื่อชำระหนี้ (Asset Warehousing) ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อช่วยลูกหนี้ธุรกิจที่มีทรัพย์สินที่สามารถตีโอนชำระหนี้ได้และมีศักยภาพ โดยผู้ประกอบการไม่ต้องรับภาระต้นทุนทางการเงินชั่วคราว หรือ มีโอกาสกลับมาดำเนินธุรกิจในอนาคต รวมทั้งไม่ถูกกดราคาทรัพย์สิน (Fire Sale) และมีสิทธิ์ซื้อทรัพย์คืนได้
1. เป็นผู้ประกอบธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศไทย และมีสถานประกอบธุรกิจในประเทศไทย
2. เป็นผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นลูกหนี้ปัจจุบันของ ธสน. ก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2564
3. กรณีผู้ประกอบธุรกิจเป็นลูกหนี้ของ ธสน. ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 ต้องไม่เป็น ลูกหนี้จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน, ลูกหนี้จัดชั้นสงสัย, ลูกหนี้จัดชั้นจะสูญ หรือลูกหนี้จัดชั้นสูญ ตามประกาศเกณฑ์ของ ธปท. ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562
4. ไม่เป็น ผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน
5. ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันกับ ธสน. จะรับโอนตามมาตรการ ต้องเป็นทรัพย์สินที่ผู้ประกอบธุรกิจนำมาเป็นหลักประกันอยู่กับ ธสน. เพื่อประกันการชำระหนี้ ก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2564
6. ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน ต้องเป็นทรัพย์สินที่ไม่เคยตีโอนมาก่อน
พิจารณาตามความเหมาะสมของผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย
1. ผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน หรือบุคคลอันซึ่งประกอบธุรกิจ หรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันกำหนด มีสิทธิซื้อทรัพย์สินคืน ได้ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่รับโอน ทั้งนี้ ธสน. จะขายทรัพย์สินในช่วงเวลาดังกล่าวได้ ต้องได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ประกอบธุรกิจ หรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน หรือบุคคลอื่นว่าไม่ประสงค์จะใช้สิทธิซื้อคืนดังกล่าว
2. ธสน. ต้องให้สิทธิผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สิน เช่าทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน เพื่อนำไปประกอบธุรกิจได้ ตามอัตราค่าเช่าที่ตกลงกัน โดยต้องแจ้งความประสงค์เช่าทรัพย์สิน ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ ธสน. รับโอนทรัพย์สิน
3. หากผู้ประกอบธุรกิจ หรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน แสดงความประสงค์ไม่เช่าทรัพย์สิน ทาง ธสน. สามารถนำทรัพย์สินไปให้บุคคลอื่นเช่าได้ โดยสัญญาเช่าทรัพย์สินที่ทำกับบุคคลอื่น ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการซื้อทรัพย์สินคืน
4. ราคาทรัพย์สินที่จะซื้อคืน ต้องไม่สูงกว่าผลรวมของ ต้นทุนรับโอน รวมกับ Carrying Cost 1.00% ต่อปี (ของราคาที่รับโอน) และค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์สินตามจริง (ในระยะเวลาซื้อคืนไม่เกิน 5 ปี) โดย ธสน. ต้องนำเงินค่าเช่าที่ได้รับชำระในระหว่างสัญญาเช่า จากผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สิน มาหักจากราคาขายทรัพย์สินคืน 
5. ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใด กับผู้ประกอบการนอกเหนือจากข้อ 4.
6. กรณีผู้ประกอบการ ยังคงมีภาระหนี้คงค้างหลังการโอนทรัพย์สินแล้ว ให้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้
7. เมื่อ ธสน. รับโอนทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันตามมาตรการแล้ว หากผู้ประกอบธุรกิจยังคงมีหนี้คงค้างอยู่กับ ธสน. และ ธสน. ได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับผู้ประกอบธุรกิจแล้ว ให้ ธสน. จัดชั้นหนี้ดังกล่าว เป็นชั้นที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิต (Performing)  หรือชั้นปกติ แล้วแต่กรณี ได้ทันทีนับแต่วันที่ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เสร็จ

ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท. ประกาศ
สนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าธรรมเนียมการตีโอนรับชำระหนี้
(ทั้งขารับโอนและขาซื้อคืนทรัพย์สิน)
• ระยะเวลารวม 2 ปี นับจากพระราชกำหนดมีผลบังคับใช้ (ประกาศ ณ วันที่ 10 เมษายน 2564) สามารถดำเนินการได้จนถึง 9 เมษายน 2566 หรือตามที่ ธปท. จะมีขยายระยะเวลาเพิ่มเติม
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

บริการ

ติดต่อขอรับบริการได้ที่