ค้าปลีกออนไลน์ในอินโดนีเซียโตเร็ว…โอกาสขยายตลาดสินค้าไทย  
   
           เศรษฐกิจอินโดนีเซียที่ขยายตัวดีในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของทุกภาคส่วน รวมถึงภาคค้าปลีก
ขยายตัวอย่างรวดเร็วตาม ขณะเดียวกันบทบาทของอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดรูปแบบการค้าปลีกผ่านอินเทอร์เน็ต
หรือตลาดค้าปลีกออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันกำลังเป็นที่สนใจของผู้ประกอบธุรกิจ เนื่องจากเป็นช่องทางการค้าที่มีแนวโน้มเติบโต
รวดเร็วและมีศักยภาพสูงในการเข้าถึงตลาดผู้บริโภคอินโดนีเซียที่มีจำนวนถึง 250 ล้านคน มากเป็นอันดับ 4 ของโลก
         InsideRetail บริษัทวิจัยข้อมูลด้านค้าปลีกของออสเตรเลียคาดการณ์ว่า ตลาดค้าปลีกออนไลน์ของอินโดนีเซียจะมี
มูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2557 เป็น 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2558 และ 4.9 พันล้านดอลลาร์
สหรัฐในปี 2559 หรือขยายตัวเฉลี่ยราวร้อยละ 40 ต่อปีในช่วงปี 2557-2559 เทียบกับตลาดค้าปลีกออนไลน์โลกที่ขยายตัว
เฉลี่ยราวร้อยละ 20 ในช่วงเดียวกัน ทำให้การค้าปลีกออนไลน์เป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยในการ
กระจายสินค้าสู่ตลาดอินโดนีเซีย
 
  มูลค่าตลาดค้าปลีกออนไลน์ของอินโดนีเซีย  
  ที่มา : InsideRetail  
           ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของตลาดค้าปลีกออนไลน์ในอินโดนีเซีย
         การขยายตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (Internet Users) Redwing บริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนในอินโดนีเซีย
คาดว่า จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในอินโดนีเซียจะขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 26 ต่อปีในช่วงปี 2548-2558 โดยเพิ่มขึ้นจาก 12
ล้านคนในปี 2548 (คิดเป็นร้อยละ 5 ของประชากรทั้งประเทศ) เป็น 85 ล้านคนในปี 2557 ซึ่งมากที่สุดในอาเซียน และ
คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 125 ล้านคนในปี 2558 หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของประชากรทั้งประเทศ ทั้งนี้ จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเกื้อหนุนให้ผู้ประกอบการมีโอกาสกระจายสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าวมากขึ้น
 
  จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในอินโดนีเซีย  
  ที่มา : redwing-asia.com  
           การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของผู้ใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต eMarketer Inc. คาดว่า จำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟน
จะเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 100 ล้านคนในปี 2561 ซึ่งจะทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นตาม เนื่องจากมี
ความสะดวกในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและพกพาไปได้ทุกที่ ประกอบกับอุปกรณ์ดังกล่าวมีราคาถูกลงมาก ปัจจุบัน
สมาร์ทโฟนรุ่นประหยัดที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ในอินโดนีเซียมีราคาไม่ถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,300 บาท)
ทั้งนี้ ผลสำรวจของ Nielsen Global Survey of E-commerce ระบุว่า ร้อยละ 61 ของผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ทั้งหมดที่ทำการ
สำรวจสั่งซื้อสินค้าผ่านสมาร์ทโฟน ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มจะทำให้การซื้อสินค้า
ออนไลน์ขยายตัวตาม ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสทางการค้าในตลาดค้าปลีกออนไลน์ด้วย
 
  แนวโน้มจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนในอินโดนีเซีย  
  ที่มา : eMarketer.com  
           กลุ่มผู้บริโภคระดับกลางมีจำนวนเพิ่มขึ้น Boston Consulting Group คาดว่า กลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง (กลุ่มที่
มีการใช้จ่ายมากกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนต่อครัวเรือน) ในอินโดนีเซียจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 2 เท่าจาก 74
ล้านคนในปี 2555 เป็น 140 ล้านคนในปี 2563 ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นความต้องการบริโภคสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น
โดยกลุ่มผู้บริโภคดังกล่าวจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 8-9 ล้านคนต่อปี มากกว่าจำนวนประชากรสิงคโปร์ทั้งประเทศ ซึ่งอยู่ที่
ราว 5 ล้านคน นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริโภคระดับกลางเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมชอบลองใช้สินค้าและบริการใหม่ๆ ทำให้การซื้อ
สินค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ที่สะดวกและประหยัดเวลา มีแนวโน้มจะได้รับความนิยมมากขึ้น ดังนั้น การค้าปลีก
ออนไลน์จึงเป็นช่องทางที่มีศักยภาพในการเข้าถึงตลาดผู้บริโภคระดับกลางที่มีความสำคัญมากขึ้นเป็นลำดับ
         การรุกตลาดออนไลน์ของผู้ประกอบการรายใหญ่ ปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ของโลก
อาทิ Lazada, Zarola และ Ensogo ต่างเข้ามาทำตลาดในอินโดนีเซีย ซึ่งแม้ว่าจะทำให้การแข่งขันสูงขึ้น แต่ก็ส่งผลทางบวก
ต่อการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ เนื่องจากผู้ประกอบการต้องมีการปรับปรุงบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการออกแบบ
หน้าเว็บไซต์ให้ดึงดูดและน่าสนใจ การใช้กลยุทธ์ด้านราคาและการตลาดหลายรูปแบบเพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้า
ออนไลน์มากขึ้น อาทิ การจัดกิจกรรม National Online Shopping Day ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สามารถดึงดูดผู้ซื้อ
สินค้าออนไลน์รายใหม่ได้เพิ่มขึ้นมาก และมีส่วนกระตุ้นการเติบโตของตลาดค้าปลีกออนไลน์โดยรวม
 
  รู้จัก National Online Shopping Day  
  จัดขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคมของทุกปี โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก America’s
Cyber Monday
 
  ปี 2557 มีผู้ค้าออนไลน์เข้าร่วมกิจกรรมถึง 78 ราย เพิ่มขึ้นจาก 23 รายในปี 2556
และเพียง 6 รายในปี 2555 ซึ่งเป็นปีแรกที่เริ่มต้นจัดกิจกรรมดังกล่าว
 
  ในวันดังกล่าวผู้ค้าออนไลน์จะพร้อมใจกันจัดโปรโมชั่นหลายรูปแบบทั้งลดราคา
ในอัตราสูงสุดกว่าร้อยละ 90 แจกของสมนาคุณ และคืนเงินสด (Cash Back)
ซึ่งสามารถกระตุ้นยอดจำหน่ายให้เพิ่มขึ้นหลายเท่าจากปกติ และมีจำนวนผู้ซื้อ
ออนไลน์รายใหม่เพิ่มขึ้นมาก โดย Lazada ผู้ค้าออนไลน์รายใหญ่เปิดเผยว่า
ในการจัดกิจกรรมครั้งล่าสุด เว็บไซต์ของบริษัทมีผู้ซื้อออนไลน์รายใหม่ที่ไม่เคย
ใช้บริการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มาก่อนเข้ามาใช้บริการเกือบร้อยละ 80 ของผู้ซื้อ
ทั้งหมด
 
  ตัวอย่างเว็บไซต์ค้าปลีกออนไลน์ยอดนิยมของอินโดนีเซีย  
  ที่มา : www.techinasia.com  
           กลุ่มผู้บริโภคสินค้าออนไลน์ที่สำคัญ
         ผลสำรวจของ BMI Research จากกลุ่มประชากรตัวอย่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวน 609 คนใน 10 เมืองใหญ่
ทั่วอินโดนีเซีย มีข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้
         • ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีสัดส่วนร้อยละ 53 ของกลุ่มประชากรตัวอย่างทั้งหมด
         • ผู้บริโภคในช่วงอายุ 24-30 ปี (วัยเริ่มต้นทำงาน) เป็นกลุ่มที่ซื้อสินค้าออนไลน์มากที่สุดถึงร้อยละ 33 รองลงมา คือ
ช่วงอายุ 18-23 ปี (ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย) อยู่ที่ร้อยละ 23
         • กลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ไม่มีการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ สะท้อนให้เห็นว่าสินค้าสำหรับวัยกลางคนขึ้นไป
รวมถึงสินค้าที่เน้นตลาดผู้สูงอายุอาจไม่เหมาะในการทำตลาดค้าปลีกออนไลน์
 
  ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ในอินโดนีเซีย
จำแนกตามเพศ
 
  ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ในอินโดนีเซีย
จำแนกตามอายุ
 
  ที่มา : BMI Research  
           จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ผู้ประกอบการจึงควรตระหนักถึงเพศและวัยของกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลต่อตลาดค้าปลีก
ออนไลน์ เพื่อวางแผนการตลาดและเลือกสินค้าให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย อาทิ สินค้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย ควรคำนึงถึง
สีสันและสไตล์ที่เหมาะกับวัยเริ่มทำงานและนักศึกษามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคสินค้าออนไลน์ที่สำคัญในอินโดนีเซีย

         กลุ่มสินค้าที่นิยมซื้อผ่านออนไลน์
         สินค้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย ผลสำรวจพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของบริษัทวิจัยหลายแห่งระบุตรงกันว่า
สินค้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียนิยมซื้อผ่านออนไลน์มากที่สุด โดยจากการทดลอง
ทำตลาดของเว็บไซต์ Sociomantic ที่ร่วมกับแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำของอินโดนีเซียอย่าง Berrybenka เพื่อจำหน่ายเสื้อผ้า
จากแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ต่างประเทศ เปิดเผยหลังจากทำโฆษณาผ่านเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ พบว่าในช่วง 90 วัน
Berrybenka สามารถเพิ่มยอดจำหน่ายผ่านออนไลน์ได้ถึงร้อยละ 33 ดังนั้น การจำหน่ายผ่านออนไลน์จึงเป็นช่องทาง
ที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการกลุ่มสินค้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย
         ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก การซื้อสินค้าออนไลน์ที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลายรูปแบบและราคา ตลอดจนมีความสะดวก
ในการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง สอดรับกับความต้องการของกลุ่มคุณแม่ที่มีเวลาค่อนข้างจำกัด
เนื่องจากต้องดูแลลูกพร้อมกับทำงานบ้านหรือทำงานนอกบ้านไปด้วย ส่งผลให้สินค้ากลุ่มดังกล่าวได้รับความนิยมในการซื้อ
ผ่านออนไลน์ ทั้งนี้ เว็บไซต์ Blina ที่ให้บริการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กทุกชนิดและบริการจัดส่งถึงบ้านรายงานว่า
Blina ประสบความสำเร็จอย่างมากจากช่องทางการค้าออนไลน์ โดยมียอดสั่งซื้อสินค้าถึง 1,000 รายการต่อวันในปี 2556
และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ผ้าอ้อมเด็ก คู่มือเลี้ยงเด็ก อาหารสำหรับเด็กในวัย
ต่างๆ อุปกรณ์ป้อนอาหารและของใช้สำหรับทารก และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับเด็ก เป็นต้น
         สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ รวมถึงกล้องถ่ายรูป
เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในการซื้อผ่านออนไลน์และมีแนวโน้มเติบโตดี เนื่องจากชาวอินโดนีเซียนิยมซื้อสินค้าในกลุ่ม
ดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสบายและสร้างความบันเทิงในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ เว็บไซต์ยอดนิยมที่จำหน่าย
สินค้าดังกล่าวในอินโดนีเซีย คือ www.electronic-city.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับรางวัล Top Brand Awards ในสาขา
ร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ในปี 2557
         สินค้าประดับยนต์ เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคเน้นการเปรียบเทียบด้านคุณสมบัติและราคาสินค้า รวมทั้งการสั่งซื้อสะดวก
จึงเป็นสินค้าที่นิยมซื้อผ่านออนไลน์ ทั้งนี้ อินโดนีเซียมียอดจำหน่ายรถยนต์ในปี 2556 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.23
ล้านคัน และยังคงเพิ่มขึ้นในปี 2557 ขณะที่ The Indonesian Automotive Industry Association คาดว่า ยอดจำหน่าย
รถยนต์ในอินโดนีเซียจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านคันภายในปี 2563 นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังเป็นตลาดรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุด
ในอาเซียน โดยมียอดจำหน่ายในปี 2557 จำนวน 7.7 ล้านคัน คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 70 ของยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์
ทั้งหมดในอาเซียน ตลาดยานยนต์อินโดนีเซียที่ขยายตัวสูงส่งผลให้ความต้องการสินค้าประดับยนต์เพิ่มขึ้นตาม และทำให้
สินค้าดังกล่าวเป็นที่น่าจับตามองในตลาดค้าปลีกออนไลน์ของอินโดนีเซีย
         ผู้ประกอบการไทยที่สนใจขยายตลาดอินโดนีเซียไม่ควรมองข้ามช่องทางการค้าดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภค
บริโภค ประเภทสินค้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าประดับยนต์
โดยในเบื้องต้นอาจเริ่มต้นจากการติดต่อเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการเว็บไซต์ยอดนิยมในอินโดนีเซียแทนการเปิดหน้าร้าน
ออนไลน์ของตนเอง ซึ่งจะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงกว่า เมื่อประกอบกับข้อได้เปรียบจากการที่สินค้าอุปโภคบริโภคของไทย
ได้รับความนิยมสูงในอินโดนีเซีย เนื่องจากมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับและราคาสมเหตุสมผล ทำให้โอกาสประสบความสำเร็จ
ในการขยายตลาดสินค้าไปอินโดนีเซียอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
 
  Disclaimer : ข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏเป็นข้อมูลที่ได้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย และการเผยแพร่ข้อมูลเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์
ในการให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจเท่านั้น โดยธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใดๆ
ที่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีบุคคลนำข้อมูลนี้ไปใช้ไม่ว่าโดยทางใด