เบนสัน จิวเวลรี่
ผู้ผลิตและส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับป้อนตลาดโลกด้วยใจรัก

 
            EXIM E-NEWS ฉบับประจำเดือนสิงหาคมนี้ ได้รับเกียรติพูดคุยกับคุณบุญกิต
จิตรงามปลั่ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบนสัน จิวเวลรี่ จำกัด
ถึงเรื่องราวธุรกิจ
อัญมณีและเครื่องประดับที่ทำด้วยใจรักและพัฒนาด้วยความตั้งใจมานานกว่าครึ่งศตวรรษ
จนวันนี้ประสบความสำเร็จในตลาดผู้นำเข้าและตลาดค้าปลีกชั้นนำขนาดใหญ่ในต่างประเทศ

          จุดเริ่มต้นของธุรกิจ
          ผมเข้ามาบริหารธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับของครอบครัวตามความฝันของผู้ที่
เติบโตมากับโรงงานเครื่องประดับและช่างฝีมือ จากรุ่นสู่รุ่น ผมได้เห็นว่าธุรกิจของเราเป็น
ธุรกิจที่ดี เราค้าขายกับคนที่มีความสุข แต่เดิมเราเป็นผู้ผลิตให้กับผู้ส่งออกภายในประเทศ
จนกระทั่งผมเข้ามาบริหารธุรกิจ จึงเริ่มต้นการส่งออกเอง ซึ่งก็ยิ่งสนุกใหญ่ เพราะได้ออกไป
ผจญภัย ค้าขายกับคนทั่วโลก
 
            ผมเริ่มเข้ามาทำธุรกิจด้วยการเป็นผู้ส่งออกตามความใฝ่ฝันที่ได้ตั้งใจไว้ และเป็นการ
ต่อยอดธุรกิจของครอบครัว การเดินทางไปงานแสดงสินค้าในต่างประเทศครั้งแรกประมาณปี
ค.ศ. 1983 เป็นการร่วมเดินทางไปพร้อมกับคณะของกรมพาณิชย์สัมพันธ์ซึ่งปัจจุบันคือกรม
ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ที่เลือก
เริ่มต้นที่เยอรมนี เนื่องจากผมเป็นนักเรียนสหรัฐฯ จึงอยากได้ประสบการณ์ในตลาดยุโรป
ประกอบกับในขณะนั้นประเทศเยอรมนีเป็นตลาดนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญและ
บูมมาก คู่แข่งขันมีไม่มากนัก และผมมีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่าคนอื่นเนื่องจากเป็นโรงงาน
ผู้ผลิตเอง ทำให้การออกงานแสดงสินค้าครั้งแรกที่แฟรงก์เฟิร์ตประสบความสำเร็จอย่างสูง
จำได้ว่าผมนั่งเขียนคำสั่งซื้อทั้งวัน สนุกกับการทำความรู้จักกับลูกค้า และดูงานในตลาดเยอรมนี
แต่ขั้นตอนในการส่งออกสมัยนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก ผมต้องเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการและ
 
  กฎระเบียบการส่งออก โดยเฉพาะเอกสารการส่งออกนั้นมีความสลับซับซ้อนอย่างมาก น่าจะ
เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยมีจำนวนไม่มากนัก
          บริษัท เบนสัน จิวเวลรี่ ได้ขยายตลาดการส่งออกมากขึ้นเรื่อยๆ จากยุโรปไปสหรัฐ
อเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในช่วงทศวรรษ 19 ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ
ในสหรัฐอเมริกาถือได้ว่าเป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตอย่างมาก สินค้าผลิตได้เท่าไรก็ขายได้
ทั้งหมด
          เรายึดมั่นในการพัฒนาธุรกิจให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่เราผลิตสินค้าตาม
คำสั่งหรือแบบที่ลูกค้ากำหนด ต่อมาได้มีการพัฒนาแบบสินค้าเป็นของตนเอง จากประสบการณ์
การดูงานและออกงานแสดงสินค้าในยุโรปและสหรัฐฯ ประกอบกับการศึกษารสนิยมและ
ความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ข้อดีของธุรกิจนี้คือมีของเสีย (Waste) น้อย ทุกอย่าง
สามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ได้ เสียเฉพาะต้นทุนแรงงานเท่านั้น จากที่เคยผลิตให้กับ
ผู้นำเข้าในต่างประเทศเป็นหลัก เราก็เริ่มขยายมาสู่ตลาดค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น ห้าง
สรรพสินค้า เป็นต้น
 
 
 
         อุปสรรคและกุญแจสู่ความสำเร็จ

          ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับวันนี้เริ่มมีคู่แข่งมากขึ้น เพราะการเริ่มต้นธุรกิจไม่ใช่เรื่อง
ยาก แต่การจะแข่งขันได้เป็นเรื่องยากมาก เราต้องกำหนดกลยุทธ์ของธุรกิจให้ดี ต้องรู้ว่า
ขายสินค้าอะไร และจะขายให้ใคร โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันซึ่งเป็นช่วงลำบาก
ของธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ อุปสรรคสำคัญในการทำธุรกิจคือ กฎระเบียบและข้อบังคับ
ที่เกี่ยวข้องของภาครัฐที่ยังล้าหลังอยู่มาก ทำให้ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับของไทยแข่งขัน
ได้ยาก นอกจากนี้ภาครัฐยังมองว่า ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับเป็นธุรกิจของคนมีฐานะ
 
  จึงไม่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ประกอบการในธุรกิจนี้เท่าที่ควรและอย่างเป็นระบบ
ทั้งๆ ที่ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจของผู้ประกอบการคนไทยเป็นส่วนใหญ่ สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศ
เป็นจำนวนมหาศาล ก่อให้เกิดการจ้างงาน และเสริมสร้างภูมิปัญญาของช่างฝีมือคนไทย อีกทั้ง
เป็นสินค้าไทยที่ติดอันดับต้นๆ ของโลก และติดอันดับการส่งออกต้นๆ ของประเทศมาเป็นเวลา
ช้านาน
          กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จคือ การรักในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่รู้จริง และทำด้วยแรงบันดาลใจ
ธุรกิจจึงจะเกิดและเติบโตต่อไปได้ นอกนั้นเป็นทักษะของผู้ประกอบการในการบริหารจัดการ
รวมทั้งการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด ใกล้ชิดตลาด ใกล้ชิดลูกค้ามากขึ้น ปรับตัวให้เข้ากับ
 
  สภาวะแวดล้อม ลดต้นทุน และพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกที่มีการ
แข่งขันอย่างรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
          นอกจากนี้ เบนสัน จิวเวลรี่ ยังใช้บริการประกันการส่งออกของ EXIM BANK ความคุ้มครองที่ได้รับทำให้เราขยาย
ตลาดส่งออกได้อย่างมั่นใจ สบายใจ ขายได้มากขึ้น การมีสถาบันการเงินเข้ามาดูแลทำให้ธุรกิจของเราดำเนินไปอย่าง
คล่องตัวขึ้น

          ฝากถึงผู้ประกอบการที่สนใจจะเริ่มต้นธุรกิจส่งออก
          ก่อนเริ่มต้นธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องศึกษาโครงสร้างและสิ่งแวดล้อมของธุรกิจนั้นๆ ว่าเป็นอย่างไร มองไปในอีก 5 ปี
ข้างหน้าเห็นภาพการเติบโตของธุรกิจอยู่ตรงไหน แม้ว่าปัจจัยแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่เราต้องมองเห็นภาพ
ที่อยากจะเห็นก่อน และสิ่งสำคัญคือ รักในสิ่งที่ทำ ไม่ใช่มองเห็นแต่ปัญหา เพราะปัญหาเกิดขึ้นทุกวัน แต่เราต้องมองเห็น
โอกาสของธุรกิจก่อน เพื่อที่วันหนึ่งข้างหน้าธุรกิจที่กำลังจะเริ่มต้นในวันนี้จะได้ก้าวขึ้นเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศ