เวียดนามเป็นแหล่งลงทุนที่มีค่าจ้างแรงงานอยู่ในระดับที่แข่งขันได้และต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและมาเลเซีย ปัจจัยด้านต้นทุนแรงงานจึงเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของเวียดนามในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าจ้างแรงงานในเวียดนามไม่ได้จำกัดอยู่เพียงค่าจ้างที่ได้รับโดยตรงเท่านั้น แต่ยังมี “ต้นทุนแฝง” ที่นายจ้างต้องรับผิดชอบเพิ่มเติมตามกฎหมายแรงงานเวียดนาม ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านแรงงานโดยรวมสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้  
  อัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในเวียดนาม (ปี 2568)  
             กฎหมายแรงงานเวียดนามกำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำตามระดับการพัฒนาของพื้นที่ โดยแบ่งพื้นที่เป็น Region I-IV ดังนี้
 
  หมายเหตุ: หากเทียบกับไทย ค่าแรงขั้นต่ำของเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 250 บาทต่อวัน
(คำนวณเป็นรายวันโดยคิดจากจำนวนวันทำงาน 25 วันต่อเดือน และใช้อัตราแลกเปลี่ยน 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)
ซึ่งต่ำกว่าของไทยที่ 400 บาทต่อวัน
ที่มา: Ministry of Labor-Invalids and Social Affairs
 
             ทั้งนี้ ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำข้างต้นเป็นอัตราสำหรับแรงงานทั่วไป หากเป็นแรงงานที่ผ่านการฝึกอบรมวิชาชีพจะมีค่าจ้างสูงกว่าอัตราข้างต้นอย่างน้อย 7% สำหรับแรงงานที่ทำงานล่วงเวลา (OT) จะได้รับค่าทำงานล่วงเวลาตามที่กฎหมายแรงงานเวียดนามกำหนด ซึ่งค่าทำงานล่วงเวลามี 3 ประเภท ดังนี้  
  วันทำงานปกติ ได้รับค่าทำงานล่วงเวลาอย่างน้อย 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างแรงงานปกติ
วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ได้รับค่าทำงานล่วงเวลาอย่างน้อย 2 เท่าของอัตราค่าจ้างแรงงานปกติ
วันหยุดนักขัตฤกษ์ ได้รับค่าทำงานล่วงเวลาอย่างน้อย 3 เท่าของอัตราค่าจ้างแรงงานปกติ
 
 

ที่มา: รวบรวมโดยฝ่ายวิจัยธุรกิจ

 
  ต้นทุนแฝงด้านค่าจ้างแรงงานที่นายจ้างต้องรับผิดชอบเพิ่มเติม  
  ค่าประกันสังคม ประกันสุขภาพ และประกันการว่างงาน
(Social, Health and Unemployment Insurance: SHUI)
 
             ภายใต้กฎหมายประกันสังคมฉบับล่าสุดมีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 รัฐบาลเวียดนามกำหนดอัตราค่าประกันสังคมไว้ที่ 25.5% ของเงินเดือนลูกจ้าง โดยนายจ้างต้องเป็นผู้จ่าย 17.5% และลูกจ้างจ่าย 8% ขณะที่อัตราค่าประกันสุขภาพอยู่ที่ 4.5% ของเงินเดือนลูกจ้าง โดยนายจ้างต้องเป็นผู้จ่าย 3% และลูกจ้างจ่าย 1.5% นอกจากนี้ ยังกำหนดอัตราค่าประกันการว่างงานไว้ที่ 2% ของเงินเดือนลูกจ้าง โดยทั้งนายจ้างและลูกจ้างต้องจ่ายเงินสมทบฝ่ายละ 1% ของเงินเดือนลูกจ้าง ส่งผลให้นายจ้างต้องแบกรับภาระเงินสมทบ SHUI สูงถึง 21.5% ของเงินเดือนลูกจ้าง โดยมีรายละเอียด ดังนี้  
  ที่มา: Ministry of Labor-Invalids and Social Affairs  
  ค่าธรรมเนียมสหภาพแรงงาน  
             ภายใต้กฎหมายสหภาพแรงงานฉบับล่าสุดกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสหภาพแรงงานในอัตรา 2% ของเงินเดือนลูกจ้าง โดยนายจ้างเป็นผู้จ่ายทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หากบริษัทมีการจัดตั้ง Trade Union Board ลูกจ้างทั้งชาวเวียดนามและชาวต่างชาติจะต้องจ่ายเงินสมทบ 1% ของเงินเดือน โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 180,000 ด่องต่อเดือน  
  อื่น ๆ เช่น การจ่ายโบนัส และค่าตอบแทน/สวัสดิการอื่น ๆ  
  การจ่ายโบนัส : ไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย แต่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันอย่างแพร่หลายและขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทเป็นสำคัญ โดยส่วนใหญ่การจ่ายโบนัสจะอยู่ในรูปแบบเงินเดือนเดือนที่ 13 ให้กับแรงงานที่ทำงานครบ 1 ปี และจะจ่ายในช่วงสิ้นปีหรือก่อนวันหยุดเทศกาล Tet Holiday  
  ค่าตอบแทน/สวัสดิการอื่น ๆ : บริษัทต่างชาติบางแห่งให้ค่าตอบแทน/สวัสดิการอื่น ๆ กับแรงงาน เพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำงาน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง และค่าสาธารณูปโภค รวมถึงค่าตอบแทนที่ไม่อยู่ในรูปตัวเงิน เช่น บัตรสมาชิกกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ ฟิตเนส และกอล์ฟ  
             ผู้ประกอบการที่สนใจขยายฐานลงทุนไปเวียดนามควรทำความเข้าใจโครงสร้างค่าจ้างแรงงานของเวียดนามในมิติที่ครอบคลุม
 
ทั้งค่าจ้างโดยตรงและต้นทุนแฝง เพื่อประเมินต้นทุนการดำเนินงานได้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ กฎหมายแรงงานเวียดนามมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลของทางการเวียดนาม เพื่อให้ข้อมูลสอดคล้องกับกฎหมายฉบับล่าสุด
 
Disclaimer: ข้อมูลต่าง ๆ ที่ปรากฏเป็นข้อมูลที่ได้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย และการเผยแพร่ข้อมูลเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจ
เท่านั้น โดย EXIM BANK จะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีบุคคลนำข้อมูลนี้ไปใช้ไม่ว่าโดยทางใด