เกี่ยวกับ ธสน.

บทบาทในการตอบสนองนโยบายรัฐบาล
เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ที่จะมีความเข้มแข็งและเชี่ยวชาญทางด้านการเงิน และมุ่งมั่นสนับสนุนนโยบายของรัฐในการส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนของไทยในต่างประเทศ ธสน. มุ่งเน้นบทบาทเชิงรุกในการสร้างและพัฒนาผู้ส่งออกและนักธุรกิจไทยที่ประกอบธุรกิจหรือลงทุนในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนวางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยบทบาทและการดำเนินงานของ ธสน. ในการสนับสนุนการส่งออกและการลงทุนไทยในต่างประเทศสรุปได้ดังนี้

1. ด้านการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ

การเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศถือเป็นภารกิจหลักของ ธสน. โดย ธสน. ให้การส่งเสริมและสนับสนุนแก่ผู้ส่งออกที่มีศักยภาพให้สามารถเพิ่มหรือขยายการส่งออกได้มากขึ้น สนับสนุนผู้ส่งออก SMEs ให้เติบโตเป็นผู้ส่งออกที่มีความแข็งแกร่งในอนาคต รวมทั้งสร้างผู้ส่งออกรายใหม่และธุรกิจใหม่ๆ
นอกจากนี้ ธสน. ยังสร้างและสนับสนุนบริษัทการค้าระหว่างประเทศ (Trading Company) เพื่อก่อให้เกิดการส่งออกที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) แทนการเป็นผู้รับจ้างผลิตสินค้า รวมทั้งเป็นช่องทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ภายในประเทศ ทั้งนี้ ธสน. ได้ดำเนินมาตรการเพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกของประเทศไทย ดังนี้

1.1 การสนับสนุนทางการเงิน
ธสน. ให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งออกอย่างครบวงจรแก่ผู้ส่งออก ตั้งแต่สินเชื่อหมุนเวียนเพื่อการส่งออกทั้งก่อนและหลังการส่งออก อาทิ สินเชื่อเพื่อเตรียมการส่งออก สินเชื่อส่งออกทันใจ สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สินเชื่อผู้ผลิตเพื่อผู้ส่งออก และสินเชื่อส่งออกเพิ่มค่าซึ่งเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับช่วงก่อนและหลังการส่งออก พร้อมสิทธิพิเศษในการใช้บริการประกันการส่งออก เพื่อช่วยให้ผู้ส่งออกขยายการส่งออกไปยังผู้ซื้อใหม่หรือตลาดใหม่ได้อย่างมั่นใจ และสินเชื่อระยะกลาง-ยาว อาทิ สินเชื่อเพื่อขยายกำลังผลิต สินเชื่อเพื่อการร่วมงานแสดงสินค้า และสินเชื่อพาณิชย์นาวีซึ่งช่วยส่งเสริมกองเรือพาณิชย์นาวีของไทยและแก้ปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศ

1.2 การอำนวยความสะดวกหรือแก้ปัญหาด้านการชำระเงินสำหรับการค้าระหว่างประเทศ
ธสน. ได้เปิดความสัมพันธ์และเปิดช่องทางการชำระเงินกับธนาคารตัวแทนในต่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมจำนวนประเทศมากกว่าสถาบันการเงินอื่นๆ ของไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ส่งออกในช่องทางการชำระเงินระหว่างประเทศ ส่งเสริมการขยายตัวของภาคส่งออกของไทย และลดการพึ่งพาการส่งออกไปตลาดหลักซึ่งมีการแข่งขันรุนแรงมากยิ่งขึ้นเนื่องจากการบังคับใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีในรูปแบบต่างๆ ของประเทศผู้นำเข้าในตลาดหลัก โดย ธสน. ได้ดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ส่งออกไทยในการขยายการส่งออกไปตลาดใหม่และตลาดเดิม ดังนี้

1.2.1 ระบบการชำระเงินแบบทวิภาคี (Bilateral Payment Arrangement) หรือ Account Trade
เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ส่งออกในการได้รับชำระเงินค่าสินค้า ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกรรมระหว่างประเทศ และลดการพึ่งพาเงินสกุลแข็งในการซื้อขายสินค้าระหว่างกัน ธสน. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ทำหน้าที่เป็นธนาคารตัวแทนของประเทศไทยในการชำระบัญชีระหว่างประเทศ ซึ่งจะดำเนินการบันทึกบัญชีค่าสินค้าที่ได้รับจากผู้นำเข้าและโอนชำระให้แก่ผู้ส่งออกในประเทศเพื่อนำมาหักกลบลบหนี้และชำระบัญชีระหว่างประเทศเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ เช่น 3 เดือนหรือ 6 เดือน โดยธนาคารตัวแทนฝ่ายที่เป็นลูกหนี้ชำระเฉพาะส่วนต่างของมูลค่าสินค้าที่ซื้อขายพร้อมดอกเบี้ยตามอัตราและสกุลเงินที่ได้ตกลงกัน ในปี 2545 ธสน. ได้เริ่มดำเนินการประสานงานและเจรจาเพื่อทำสัญญาการค้าแบบหักบัญชีกับประเทศต่างๆ ที่รัฐบาลได้ริเริ่มการเจรจาความร่วมมือระหว่างกัน จนถึงปัจจุบัน ธสน. ได้ลงนามในสัญญากับธนาคารตัวแทนของประเทศมาเลเซียและบังกลาเทศ และอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อให้มีการลงนามกับอีก 8 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีเหนือ ปากีสถาน ซิมบับเว อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิวกินี ลาว และกัมพูชา

1.2.2 การรับซื้อและยืนยันเอกสาร L/C (L/C Confirmation)
เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ส่งออกที่ต้องการขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในประเทศตลาดใหม่ ซึ่ง ธสน. ดำเนินการใน 2 ลักษณะ คือ การรับซื้อและยืนยัน L/C ฝ่ายเดียวและการยืนยัน L/C สองฝ่าย

1.2.3 บริการสินเชื่อหมุนเวียนแก่ธนาคารในต่างประเทศ (Revolving Trade Finance Facility)
เพื่อเพิ่มศักยภาพในการซื้อสินค้าไทยของผู้ซื้อในตลาดใหม่ ธสน. ได้ทำการเจรจาให้วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนแก่ธนาคารในประเทศตลาดใหม่ โดยผู้ส่งออกไทยที่ได้รับการเปิด L/C Sight จากผู้นำเข้าผ่านธนาคารคู่สัญญาของ ธสน. สามารถยื่นเอกสารเพื่อเรียกเก็บเงินจาก ธสน. ซึ่งจะดำเนินการชำระเงินให้แก่ผู้ส่งออกตามมูลค่าใน L/C ณ วันรับตั๋ว แต่ยังไม่เรียกเก็บจากผู้ซื้อในประเทศดังกล่าว ธสน. จะให้ระยะเวลาการชำระเงินตามที่จะตกลงกันกับธนาคารคู่สัญญา ในขณะที่ผู้ส่งออกไทยจะได้รับชำระค่าสินค้าโดยทันที ทั้งนี้ ปัจจุบัน ธสน. ได้จัดทำความตกลงในการให้วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนกับธนาคารในประเทศรัสเซียและอยู่ระหว่างการพิจารณาการจัดทำข้อตกลงดังกล่าวกับธนาคารในประเทศอื่นๆ ต่อไป

1.3 บริการประกันการส่งออก
เป็นบริการที่ ธสน. ริเริ่มเป็นแห่งแรกในประเทศไทยเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระค่าสินค้าจากผู้ซื้อหรือธนาคารผู้ซื้อในต่างประเทศประมาณ 200 ประเทศทั่วโลก อันจะช่วยให้ผู้ส่งออกเกิดความมั่นใจในการขยายการส่งออกไปตลาดเดิมและตลาดใหม่ รวมทั้งสามารถเสนอเงื่อนไขการชำระเงินที่ผ่อนปรนแก่ผู้ซื้อในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งผู้ส่งออกสามารถเลือกใช้บริการประกันการส่งออกจาก ธสน. ให้เหมาะสมกับลักษณะการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ บริการประกันการส่งออกระยะสั้นเป็นบริการสำหรับผู้ส่งออกที่ขายสินค้ามีระยะเวลาการชำระเงินไม่เกิน 180 วัน โดยครอบคลุมการค้าภายใต้เงื่อนไขการชำระเงินแบบ Documents Against Payment (D/P), Documents Against Acceptance (D/A), Open Account (O/A) และ Letter of Credit (L/C) โดย ธสน. จะชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นตามลักษณะของความเสี่ยงทางการค้าหรือการเมือง ในอัตราร้อยละ 70-90 ของมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น สำหรับบริการประกันการส่งออกระยะกลางและระยะยาวเป็นการขยายขอบเขตการให้บริการประกันการส่งออกให้รองรับธุรกรรมการส่งออกสินค้าหรือบริการที่มีระยะเวลาการชำระเงินตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป

1.4 การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดการค้าโลก
ธสน. ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความเข้มแข็งให้แก่ผู้ส่งออกไทยในตลาดการค้าโลกเพิ่มมากขึ้น โดยการให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ประกอบการภายในประเทศที่ต้องการประกอบธุรกิจส่งออกและผู้ส่งออก SMEs ที่ยังขาดความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งการจัดอบรมและสัมมนาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจส่งออกและการลงทุนไทยในต่างประเทศ ลู่ทางการค้าในตลาดที่มีศักยภาพ รวมทั้งหัวข้ออื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาธุรกิจของผู้ส่งออกยุคใหม่

2. ด้านการสนับสนุนโครงการลงทุนไทยในต่างประเทศ

ธสน. ดำเนินนโยบายสนับสนุนให้นักธุรกิจไทยที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการเข้าไปลงทุนหรือให้บริการงานในต่างประเทศมาโดยตลอดนับตั้งแต่เปิดดำเนินการในปี 2537 โดยการให้สินเชื่อทั้งที่เป็นวงเงินหมุนเวียนและระยะยาว รวมถึงการออกหนังสือค้ำประกันประเภทต่างๆ อาทิ บริการสนับสนุนธุรกิจก่อสร้างในต่างประเทศและสินเชื่อโครงการ (Project Financing)

ในการสนับสนุนนักธุรกิจไทยไปลงทุนในต่างประเทศของ ธสน. ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงแบบบูรณาการในโครงการต่างๆ ของหน่วยงานราชการ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นต้น เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้ภาคเอกชนไทยได้รับประโยชน์จากโอกาสทางการค้าและการลงทุนที่รัฐบาลได้ดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศต่างๆ อาทิ เขตการค้าเสรีและ Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy (ACMECS) รวมทั้งภายใต้โครงการที่ริเริ่มโดยรัฐบาลไทยเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมหรือบริการที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูง เช่น โครงการครัวไทยสู่โลก โครงการทำฟาร์มสัญญา (Contract Farming) และการย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อใช้โอกาสทางการค้าและวัตถุดิบซึ่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะเดียวกันเป็นการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและลดปัญหาการอพยพแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน

3. ด้านความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ธสน. ให้ความช่วยเหลือทางการเงินด้วยการให้กู้ยืมแก่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐบาลในประเทศเพื่อนบ้านและประเทศเป้าหมายอื่นๆ ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่าสถาบันการเงินอื่นๆ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ การช่วยเหลือและสนับสนุนทางการเงินดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับการซื้อสินค้าหรือว่าจ้างบริการจากประเทศไทย โดย ธสน. จะจ่ายเงินให้บริษัทไทยโดยตรง

ในการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว ธสน. มุ่งให้ความสำคัญกับโครงการภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและประเทศต่างๆ ได้แก่ Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy (ACMECS), Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation (BIMSTEC) และ Greater Mekong Subregion (GMS)

การตอบสนองนโยบายรัฐบาลในด้านต่างๆ ข้างต้น ธสน. ได้เป็นผู้นำในการบุกเบิกและช่วยสร้างตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asian Bond) เพื่อขายให้กับนักลงทุนไทยในต่างประเทศหรือรัฐบาลในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะเป็นการดำเนินธุรกรรมระหว่างประเทศและช่วยพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชียให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น